“เลียวโนเวนส์” นามสกุลนี้หลาย ๆ คนอาจจะเคยคุ้นหูมาบ้างจากคาบเรียนประวัติศาสตร์สมัยเด็กในฐานะนามสกุลของ “แหม่มแอนนา” หนึ่งในสตรีชาวตะวันตกที่เข้ามามีอิทธิพลในราชสำนักสยามผ่านการเป็นครูสอนหนังสือในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
.
อย่างไรก็ดี แหม่มแอนนาไม่ได้มายังสยามแต่เพียงผู้เดียว แต่ยังหอบหิ้วเอา “หลุยส์” บุตรชายผู้หนึ่งตามมาด้วย ผู้ที่จะกลายเป็นหนึ่งในพระสหายของเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ และกลายมาเป็นหนึ่งในชาวตะวันตกที่มีบทบาทสำคัญในธุรกิจค้าไม้ของสยามอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง
.
❖ ลูกชายของแหม่มแอนนา
หลุยส์ เป็นบุตรชายคนสุดท้องของแหม่มแอนนากับโธมัส เลียวโนเวนส์ เกิดที่เมืองลินตันทางตะวันตกของออสเตรเลีย ก่อนที่จะย้ายตามครอบครัวมายังปีนังที่ซึ่งพ่อของเขาทำงานเป็นผู้จัดการโรงแรมก่อนที่จะจากไปด้วยโรคหลอดเลือดสมองระหว่างเดินทางกลับมาจากการล่าเสือ
ด้วยสถานะทางการเงินของครอบครัวที่ฝืดเคือง ทำให้แหม่มแอนนาต้องหอบลูกน้อยเดินทางย้ายไปอยู่ที่สิงคโปร์ สถานที่ที่แหม่มแอนนาเปิดโรงเรียนสอนลูกหลานทหารอังกฤษเพื่อหารายได้ก่อนที่จะได้รับคำเชื้อเชิญจากราชสำนักสยามให้เดินทางมาสอนหนังสือในพระบรมมหาราชวัง
หลุยส์ใช้ชีวิตในสยามอยู่ราว ๆ 6 ปี ได้รับการเลี้ยงดูสั่งสอนอยู่ท่ามกลางพระเจ้าลูกเธอทั้งหลายในพระบรมมหาราชวัง และกลายเป็นพระสหายของเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ ผู้ที่ต่อมาจะเสวยราชสมบัติขึ้นเป็นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตลอดจนรู้จักและเป็นที่เอ็นดูของใครหลายคนตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อยมาจนถึงสมเด็จเจ้าพระยามหาศรีสุริยวงศ์
.
❖ ล้มลุกคลุกคลาน
หลังจากที่แหม่มแอนนาเดินทางกลับมายังอังกฤษ และไม่ได้ถูกเรียกตัวกลับไปยังสยามอีกหลังการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แหม่มแอนนาจึงเดินทางไปทำงานที่สหรัฐอเมริกา พร้อมกับฝากให้หลุยส์ร่ำเรียนอยู่ที่ไอร์แลนด์
.
แต่ด้วยปัญหาภายในโรงเรียนทำให้หลุยส์เลือกที่จะหนีออกมาและเดินทางไปถึงสหรัฐอเมริกาในเวลาต่อมา
.
หลุยส์ในวัยหนุ่มได้พำนักอยู่ที่นิวยอร์ก กระทั่งได้งานทำในบริษัทรถไฟและเรือจักรไอน้ำตามลำดับ แต่ด้วยปัญหาทางการเงินและหนี้สิน ทำให้หลุยส์ตัดสินใจหนีไปยังออสเตรเลีย ก่อนที่จะเดินทางหวนกลับมายังกรุงเทพมหานคร
.
แม้ว่าช่วงต้นชีวิตของหลุยส์จะไม่ได้สวยหรู แต่ด้วยเครือข่ายคนรู้จักในสยามนั้นมีมาก เมื่อมาถึงกรุงเทพมหานคร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็โปรดฯ ให้หลุยส์เข้าทำงานอยู่ในกองทหารม้ารักษาพระองค์ และมีบทบาทในหลายเหตุการณ์ทั้งการปราบปรามอั้งยี่ ไปจนถึงงานอารักขาพระวิภาคภูวดล (เจมส์ แมคคาร์ที) ที่กำลังอยู่ในภารกิจบุกเบิกภาคเหนือในขณะนั้นจากกบฏฮ่อ
.
ความสมบูรณ์ของป่าไม้ภาคเหนือในคราวนั้นนี่เองที่ทำให้หลุยส์มองเห็นถึงช่องทางธุรกิจใหม่อย่าง “กิจการค้าไม้”
.
❖ ราชาค้าไม้
หลังจากที่หลุยส์ลาออกจากตำแหน่งทหารม้ารักษาพระองค์ ก็ได้เข้าทำงานในบริษัทค้าไม้บอร์เนียวของฮันส์ นีล แอนเดอร์เซน และขึ้นไปทำสัมปทานป่าไม้ในตาก ใช้ชีวิตกับภรรยาคนแรกอยู่ที่นั่นอยู่นานหลายปี และกอบโกยความสำเร็จอย่างมากมายในขณะที่ทำงานให้กับบริษัทบอร์เนียว สู้กันกับคู่แข่งคนสำคัญอย่างบริษัทบอมเบย์อย่างแข็งขัน
.
อย่างไรก็ดี ชีวิตคนเราคนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ ข่าวลือในทางเสียหายก็เกิดขึ้นกับหลุยส์มากมาย กระทั่งสัญญาทำงานของหลุยส์กับบอร์เนียวสิ้นสุดลงโดยไม่มีการต่อสัญญา
.
อย่างไรก็ดี สถานการณ์หลังจากที่หลุยส์ออกจากบอร์เนียวก็บีบบังคับให้หลุยส์ต้องทำงานกับอดีตคู่แข่งของเขาอย่างบริษัทบอมเบย์ และสิ้นสุดกิจการค้าไม้ของเขาเมื่อทางสยามต้องการที่จะรวมศูนย์กลางอำนาจจากทางฝ่ายเหนือในภายหลัง และหลุยส์เองก็หาลู่ทางใหม่สู่การจัดตั้ง “บริษัทหลุยส์ ตี. เลียวโนเวนส์” ที่ยังคงสืบทอดกิจการยาวมาจนถึงปัจจุบัน
.
❖ ไม่ลืมบางกอก
หลังการจัดตั้งบริษัทหลุยส์ ตี. เลียวโนเวนส์ หลุยส์ก็ได้เกษียณตัวเองออกไปอยู่อังกฤษ และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่ด้วยวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในยุโรปทั้งสงครามโลกครั้งที่ 1 และโรคระบาดไข้หวัดสเปน ก็ได้บั่นทอนสุขภาพกายและใจของหลุยส์ไปเรื่อย ๆ จนในท้ายที่สุดไข้หวัดสเปนก็พรากชีวิตของเขาไปในปี 1919 สิริอายุได้ 62 ปี
.
สมบัติทั้งหมดของหลุยส์ถูกแบ่งในครอบครัว และเงินจำนวนไม่น้อยก็ได้หวนคืนสู่สยามในการกุศลต่าง ๆ ทั้งสภาอุณาโลมแดง (สภากาชาดไทย) บ้านพยาบาล (ปัจจุบันคือโรงพยาบาลบีเอ็นเอช) ไปจนถึงการสมทบทุนก่อสร้างโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
.
แม้ความทรงจำของผู้คนในโลกอาจจะจดจำหลุยส์ผ่านโลกภาพยนตร์ในฐานะลูกชายตัวน้อยของแหม่มแอนนา แต่ในขณะเดียวกันชีวิตของหลุยส์ก็ผ่านอะไรมาแล้วหลาย ๆ อย่างทั้งชีวิตที่ล้มเหลวแล้วลุกขึ้นมาใหม่อยู่หลายครั้ง แม้ว่าสิ่งที่หลงเหลืออยู่ของหลุยส์จะไม่ได้มีมากมายนัก แต่ก็ล้วนสะท้อนถึงบทบาทของเขาที่มีต่อประวัติศาสตร์สยามและชุมชนอังกฤษในสยามอยู่พอสมควร
.
เรียบเรียงโดยสุดโปรด by Bangkok Bank

