“ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง สกลนคร” จากหอผึ้งพื้นบ้านสู่งานบุญสุดวิจิตร

เมื่อถึงเทศกาลออกพรรษา จังหวัดสกลนครจะกลับมาคึกคักด้วยขบวนแห่ปราสาทผึ้งอันวิจิตรตระการตา ปราสาทที่ประดับด้วยลวดลายจากขี้ผึ้งอย่างประณีตเหล่านี้ เป็นศิลปหัตถกรรมที่สะท้อนฝีมือช่างท้องถิ่น และเป็นเครื่องหมายแห่งศรัทธาในพระพุทธศาสนาที่ชาวอีสานสืบทอดกันมายาวนาน

.

ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง มีรากฐานจากความเชื่อเรื่องการถวายต้นผึ้งหรือหอผึ้งเป็นพุทธบูชา รวมถึงการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ ในงานแจกข้าวหรือพิธีทำบุญให้ผู้ตาย หลังถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์แล้ว ญาติมักถวายหอผึ้งเพื่ออุทิศบุญกุศลแก่ผู้วายชนม์ ก่อนที่ประเพณีนี้จะพัฒนาสู่การจัดงานบุญขนาดใหญ่ในช่วงออกพรรษา

.

ชาวสกลนครจากคุ้มวัดต่าง ๆ จะร่วมกันจัดทำหอผึ้งหรือปราสาทผึ้ง เพื่อนำไปถวาย ณ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร โดยมีความเชื่อสำคัญว่า วันออกพรรษาเป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และทรงเปิดโลกทั้งสามให้มองเห็นซึ่งกันและกัน การถวายปราสาทผึ้งจึงเป็นการสร้างบุญกุศลในวาระสำคัญทางพระพุทธศาสนา

.

นอกจากนี้ วัดพระธาตุเชิงชุมยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ตามคติความเชื่อว่า เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าถึง 4 พระองค์ การถวายปราสาทผึ้งจึงถือเป็นพุทธบูชาและเป็นสิริมงคลแก่ผู้ถวาย ขณะเดียวกันยังเป็นโอกาสให้ญาติพี่น้องที่อยู่ห่างไกลกลับมาพบกัน ทำบุญร่วมกัน และร่วมสนุกกับกิจกรรมของชุมชน เช่น ประเพณีแข่งเรือ เป็นต้น

.

เสน่ห์ของปราสาทผึ้งสกลนครอยู่ที่การพัฒนารูปแบบจากงานฝีมือพื้นบ้านให้กลายเป็นศิลปกรรม ที่มีรายละเอียดซับซ้อน โดยสามารถแบ่งพัฒนาการได้เป็น 3 ระยะ

ระยะที่ 1 ยุคต้นผึ้งหรือหอผึ้ง

จุดเริ่มต้นของปราสาทผึ้งมีรูปแบบเรียบง่าย ใช้ต้นกล้วยเป็นโครง แล้วนำขี้ผึ้งมาเคี่ยวให้ละลายก่อนเทลงแม่พิมพ์ให้เป็น “ดอกผึ้ง” จากนั้นนำไปติดกับก้านกล้วยหรือกาบกล้วย เพื่อประดับตกแต่ง ต่อมาจึงพัฒนาเป็นหอผึ้งที่ใช้โครงไม้ไผ่ เสริมด้วยกาบกล้วยและก้านกล้วย จัดเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมสองชั้นคล้ายเอวขันธ์หรือเอวพาน พร้อมประดับดอกผึ้งตามโครงสร้าง

.

ระยะที่ 2 ยุคปราสาทผึ้งทรงหอและทรงสิม

เมื่อฝีมือช่างพัฒนาขึ้น โครงสร้างจึงเปลี่ยนมาใช้ไม้ โดยใช้ไม้เนื้ออ่อนทำเป็นเสาสี่ต้นและพันด้วยกระดาษสี ส่วนยอดและหน้าจั่วตกแต่งด้วยหยวกกล้วยและดอกผึ้ง ขณะที่ปราสาทผึ้งทรงสิม ได้รับแรงบันดาลใจจากอาคารสิมหรือโบสถ์พื้นบ้านอีสาน มีหน้าจั่วทรงจตุรมุข และประดับช่อฟ้า ใบระกา ป้านลม ด้วยดอกผึ้งที่ทำอย่างประณีต

.

ระยะที่ 3 ยุคปราสาทผึ้งเรือนยอด

นี่คือพัฒนาการที่ทำให้ปราสาทผึ้งมีความอลังการยิ่งขึ้น ช่างสร้างโครงไม้เป็นปราสาททรงจตุรมุข มีเรือนยอดเรียวสูง หรือที่เรียกว่า “กฎาคาร” บางแห่งสร้างปราสาทสามหลังเชื่อมต่อกัน พร้อมตกแต่งองค์ประกอบต่าง ๆ ทั้งกำแพงแก้ว หน้าบัน ช่อฟ้า ใบระกา และนาคสะดุ้ง

งานตกแต่งมีทั้งการหล่อ การแกะลาย และการใช้แม่พิมพ์สมัยใหม่ โดยผสมผสานศิลปะอีสานเข้ากับศิลปะไทยภาคกลาง เกิดเป็นปราสาทที่มีลักษณะคล้ายที่ประทับของพระมหากษัตริย์ เพื่อถวายแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

.

งานประเพณีแห่ปราสาทผึ้งแบ่งเป็นสองช่วงสำคัญ ในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 จะมีการนำปราสาทผึ้งมารวมกัน เพื่อฉลองคบงันตลอดหนึ่งวันหนึ่งคืน ก่อนที่วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งตรงกับวันออกพรรษา จะเคลื่อนขบวนแห่ปราสาทผึ้งไปทอดถวาย ณ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร

เรียบเรียงโดย เพจสุดโปรด by Bangkok Bank