พูดถึง “ปลา” แน่นอนว่าเป็นอีกหนึ่งอาหารที่คนไทยบริโภคกันมาอย่างยาวนาน และในอดีตก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลาหลากหลายชนิดทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็ม ตลอดจนปลาที่ไม่ใช่ปลาก็มีเหมือนกัน ตัวอย่างสำคัญก็เช่น “โลมา” ซึ่งมีบันทึกการพบเห็นมาอย่างยาวนาน แต่ถ้าถามว่าในไทยมีการกล่าวถึงโลมาในฐานะอาหารไหม? ก็ต้องบอกว่ามีเหมือนกัน
.
โลมา ปรากฏการกล่าวถึงในฐานะของสัตว์ทะเลมากมายในฐานะของสัตว์ทะเลอย่างหนึ่งที่มักปรากฏกายให้เห็นในช่วงของการชมทะเล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอิเหนา พระอภัยมณี หรือไม่ก็เรื่องกากี ซึ่งชื่อของโลมานี้ ไม่ได้มาจากโลมาที่แปลว่าขน แต่เป็นคำทับศัพท์จากภาษาชวามลายูที่เรียกสัตว์ทะเลชนิดนี้ว่า “ลูมบาลูมบา”
.
การกล่าวถึงโลมาในฐานะอาหาร มีบันทึกถึงเอาไว้น้อยมาก แต่หนึ่งในบันทึกที่โดดเด่นและน่าสนใจก็คงหนีไม่พ้นแม่ครัวหัวป่าก์ที่มีการนำเอาหนังโลมามาใช้เป็นวัตถุดิบทดแทนในเมนูแกงคั่วส้มตะพาบน้ำ
.
ในแม่ครัวหัวป่าก์ ได้สะท้อนให้เห็นองค์ความรู้ที่ว่าโลมาไม่ใช่ปลา เป็นเนื้อสัตว์มากกว่าเนื้อปลาและมีหนังหนา อย่างไรก็ดีเป็นเนื้อหายาก ไม่นิยมล่าเพราะคนส่วนใหญ่ไม่กิน โดยมีความเชื่อว่าถ้ามีโลมาหลงเข้าโป๊ะมาจะนับว่าเป็นโชคร้าย ส่วนใหญ่จึงปล่อยโลมาไปเสียเป็นส่วนมาก แต่ทั้งนี้ในแม่ครัวหัวป่าก์ก็ได้ระบุด้วยว่ามียกเว้นอยู่ที่หนึ่งที่ไม่นับถือธรรมเนียมนี้ นั่นก็คือที่ “แม่น้ำแม่กลอง” ซึ่งถ้ามีโลมาหลงเข้าโป๊ะมาก็จะจับมาแล่แจกจ่ายกันกินด้วย ไม่ได้เป็นของซื้อของขาย แต่เป็นของแบ่งปันให้กัน
.
หลักฐานที่พบในแม่ครัวหัวป่าก์นับว่าเป็นอีกหนึ่งเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ปรากฏขึ้น ซึ่งก็น่าเสียดายที่มีบันทึกกล่าวถึงน้อยซึ่งก็ต้องอ่านอย่างมีวิจารณญาณว่าจริงหรือไม่อีกทีหนึ่ง ซึ่งถ้าเป็นจริงนี่ก็เป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญของการบริโภคโลมาในไทยด้วย แต่ทั้งนี้ในปัจจุบันโลมาก็เป็นสัตว์อนุรักษ์และได้รับการต่อต้านอย่างหนักในการบริโภค ซึ่งทั่วโลกนี้ก็ยังคงมีการบริโภคโลมาอยู่ในบางพื้นที่ เช่น ญี่ปุ่น เป็นต้น

