น้ำพริกมะหมาดมาด รสล้านนาที่ลงมาถึงเมืองกรุง

“ขนมจีบเจ้าช่างทำ ทั้งน้ำพริกมะหมาดแกม

มะเฟืองเป็นเครื่องแกล้ม รสเหน็บแนมแช่มชูกัน”

.

บทเห่ชมเครื่องว่างของรัชกาลที่ 6 ได้พูดถึงน้ำพริกชนิดหนึ่งซึ่งเราอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูนักคือ “น้ำพริกมะหมาดมาด”

.

เรื่องของมะหมาดมาด มีหลายข้อมูลที่บ่งบอกแตกต่างกันไป บ้างก็ว่า เครื่องเทศตระกูลเดียวกับหม่าล่า ให้รสเผ็ดร้อน ปร่าลิ้น มีกลิ่นหอม นี่ คือ “มะแขว่น” แต่ในขณะที่บางแหล่งข้อมูลก็ว่าจริง ๆ มะหมาดมาด คือ “ลูกละมาด” พร้อมกับบอกว่ามันเป็นคนละอย่างกับมะแขว่น ดังในบทความเรื่อง “ ‘ลูกละมาด’ หรือ ‘หมากมาด’ วัตถุดิบลึกลับ ความอร่อยครัวไทยที่สูญหายกว่า 50 ปี” ของสุทธาสินี เจียจันทร์พงษ์ ระบุว่า “กลิ่นรสของเปลือกลูกหมากมาดเมื่อคั่วในกระทะไฟอ่อนจนได้ที่ ตำให้ละเอียด จะเผ็ดร้อนฉุนรุนแรง มีความทึบ ๆ แน่น ๆ กว่ามะข่วงหรือมะแขว่นมาก”

.

อย่างไรก็ดี แม้ หมากมาด จะเป็นมะแขว่นหรือไม่ก็ตามแต่ ก็น่าจะคงเป็นพืชในตระกูลเดียวกันที่ให้สรรพคุณและความเผ็ด ซึ่งก็มีการใช้มะแขว่นทำกินกันเป็นอันมากในปัจจุบัน น้ำพริกมะหมาดมาด จะใช้มะแขว่นคั่วไฟให้หอม แล้วเอาไปโขลกกับเครื่องตำน้ำพริกและปลาย่าง ให้ได้รสเปรี้ยวหวานเค็มเผ็ดกลมกล่อม นอกจากความอร่อยแล้วยังมีสรรพคุณช่วยขับลม แก้วิงเวียน

.

ว่ากันว่าน้ำพริกมะหมาดมาด น่าจะถูกนำมาเผยแพร่ในวังสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระราชชายาเจ้าดารารัศมีซึ่งเป็นเจ้าจากหัวเมืองเหนือ ซึ่งอิทธิพลวัฒนธรรมล้านนาหลายประการก็ได้ส่งลงมายังกรุงเทพในช่วงเวลาดังกล่าวมากมาย ซึ่งก็เล่าว่าล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงโปรดให้นำน้ำพริกมะหมาดมาดติดเป็นเสบียงไปยุโรปด้วยเลยทีเดียว