“เสียดาย เสียดายแสงเดือน เสียดายว่าจะเลื่อนลาลับแล้ว ในใจมัวหมองไม่ผ่องแผ้ว ในใจนั้นไม่แคล้วครรไลลา เจียวหนาในใจเอย”
.
ป้ายชามกังไสลายผักกาด แขวนอยู่เหนือประตูทางเข้า เคล้าเสียงร้องหวานนุ่มของ “คุณชายถนัดศรี” ดังออกมาจากวิทยุเทปเก่า ๆ ในร้านอาหารเก่าแก่หลายแห่งของพระนคร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายรับรองรสชาติ ทว่าเป็นเหมือนร่องรอยของยุคหนึ่ง ที่ร้านอาหารไม่ได้ถูกค้นหาผ่านรีวิวออนไลน์ แต่ผ่านชายคนหนึ่งที่พาคนไทยออกเดินทางไปตามหาความอร่อย
.
❖ หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์
.
ก่อนที่คุณชายถนัดศรี หรือ หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ จะกลายเป็นนักร้องชื่อดังที่หลาย ๆ คนคุ้นเคย ชีวิตของท่านเริ่มต้นในโลกที่แตกต่างไปจากผู้คนส่วนใหญ่ เนื่องด้วยเชื้อสายที่สืบราชสกุลมา
.
คุณชายถนัดศรี เกิดที่วังเพ็ชรบูรณ์ในปี 2470 ก่อนที่จะย้ายมาเติบโตที่วังสระปทุม ท่ามกลางระเบียบแบบแผนในฐานะของสมาชิกราชสกุลสวัสดิวัตน์ เมื่อเข้าสู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง โลกภายนอกรั้ววังก็ค่อย ๆ เข้ามามีบทบาทมากขึ้น การได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนหลายพื้นเพนอกโลกเดิม ทำให้คุณชายถนัดศรีผูกพันกับผู้คนจากหลากหลายที่มา ที่มีอาหาร เสียงเพลง และเรื่องราวชีวิตประจำวันแตกต่างกันไป
.
และบางทีชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยนี่เองที่หล่อหลอมให้คุณชายถนัดศรี เข้าใจทั้งอาหารชาววังและรสชาติร้านเล็ก ๆ ข้างทาง จนเกิดเป็นเรื่องเล่าของฉายา “พระยาโบราณทําลายราชประเพณี” หลังจากที่เคยนำก๋วยเตี๋ยวข้างทางธรรมดา ๆ ขึ้นถวายให้พระเจ้าอยู่หัวเสวย
.
❖ ศิลปิน “ครอบจักรวาล”
.
หลังสงครามโลกสงบลง คุณชายถนัดศรีก็ได้เดินทางมาเรียนต่อ ณ ประเทศอังกฤษ โดยตั้งใจที่จะเรียนกฎหมาย แต่ระหว่างทาง ชีวิตก็ได้พาให้เขาเข้าไปอยู่ในโลกของสื่อมวลชนและความบันเทิง
.
ซึ่งในระหว่างที่อยู่อังกฤษก็ได้ทำรายการ “Letter from London” ให้กับสถานีวิทยุบีบีซีภาคภาษาไทย รายการดังกล่าวไม่ใช่แค่รายได้ แต่ยังเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าที่ทำให้คุณชายถนัดศรีได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเล่าเรื่องผ่านเสียงทั้งในฐานะงานสื่อมวลชนและงานบันเทิง
.
คุณชายถนัดศรี นับว่าเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่มีความสามารถหลากหลาย เมื่อกลับมาถึงเมืองไทยก็ทำงานในสายงานบันเทิงทั้งเล่นละคร เขียนคอลัมน์ สานต่ออาชีพนักร้องจนโด่งดัง และรับหน้าที่พิธีกรต่าง ๆ เขาเป็นทั้งภาพบนจอโทรทัศน์ เสียงจากวิทยุ และถ้อยคำบนหน้าหนังสือพิมพ์ สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันที่คุณชายถนัดศรีอยู่ร่วมกับคนไทยในยุคเฟื่องฟูของสื่อไทยได้เป็นอย่างดี
.
❖ “เชลล์ชวนชิม”
.
เรื่องราวที่คุณชายถนัดศรีถ่ายทอดออกมาไม่ได้มีเพียงเสียงเพลงหรือรายการโทรทัศน์ แต่ยังมี “อาหาร” ผ่านงานเขียนแนะนำร้านอาหาร ภายใต้แคมเปญที่มีชื่อว่า “เชลล์ชวนชิม”
.
จุดเริ่มต้นของ “เชลล์ชวนชิม” ต้องย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2504 เมื่อหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการขายของบริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย ทรงดำริที่จะส่งเสริมการขายแก๊สหุงต้มของเชลล์ จึงได้มาปรึกษากับคุณชายถนัดศรี เกิดแนวคิดที่จะทำคู่มือแนะนำร้านอาหารในลักษณะคล้ายกับมิชลินไกด์ของฝรั่งเศส
.
คุณชายถนัดศรีเป็นอีกหนึ่งผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับอาหารอยู่ไม่น้อยด้วยการเป็นคนสองโลก ที่เติบโตขึ้นมาทั้งจากรสชาติสำรับในวังและร้านธรรมดา โดยได้เริ่มเขียนคอลัมน์ “เชลล์ชวนชิม” ลงในหนังสือพิมพ์ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2504
.
ร้านแรกที่ถูกแนะนำไม่ใช่ร้านหรูแต่อย่างใด ทว่ากลับเป็นร้านธรรมดา ๆ อย่างลูกชิ้นห้าหม้อหรือเกาเหลาลูกชิ้นมันสมองหมูบนรถเข็นหน้าห้องแถวย่านแพร่งภูธร (ร้านสมองหมูไทยทำ)
.
แต่ละบทความไม่ได้มีเพียงรสชาติอาหาร หากยังแฝงด้วยเรื่องราวที่สะท้อนวิถีชีวิตและความเป็นไปของผู้คน จนทำให้คอลัมน์นี้ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็ว ต่อมาคอลัมน์ย้ายไปลงในนิตยสาร “ฟ้าเมืองไทย” พร้อมกับเกิดสัญลักษณ์ชามกังไสลายผักกาดในเดือนกันยายน พ.ศ. 2525 ก่อนจะปักหลักที่หนังสือพิมพ์มติชนและคอลัมน์ “ซันเดย์สเปเชียล” ของไทยรัฐฉบับวันอาทิตย์
.
ป้าย “เชลล์ชวนชิม” กลายเป็นตราประทับความอร่อยที่ผู้คนเชื่อถือ เจ้าของร้านใดต้องการป้ายนี้ก็เพียงตัดคอลัมน์ที่เขียนถึงร้านตนเองไปขอทำป้ายจากเชลล์โดยเสียค่าใช้จ่ายไม่กี่ร้อยบาท และสามารถนำไปใช้ได้ตลอดไปโดยไม่มีการยึดคืน
.
ป้ายเชลล์ชวนชิมนี้มีบทบาทอย่างมากในการสร้างความน่าเชื่อถือในเรื่องของรสชาติในเบื้องต้น ซึ่งมันได้กลายเป็นทุนทางความเชื่อมั่นให้กับร้านเล็ก ๆ หลายร้านให้เป็นที่รู้จัก และสร้างความมั่งคั่งให้เจ้าของร้านจำนวนมาก หลายร้านสามารถขยายสาขาส่งต่อให้ลูกหลานได้อย่างยั่งยืน
.
❖ มรดกชามลายผักกาด
.
คุณชายถนัดศรีถึงแก่อนิจกรรมในเช้าวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562 สิริรวมอายุ 93 ปี และทิ้งเรื่องราวมากมายเอาไว้ในสังคม ทั้งในโลกของเสียง ภาพ ตัวอักษร และอาหาร
.
ตลอดชีวิตอันยาวนาน คุณชายถนัดศรีได้รับการยอมรับในหลายรูปแบบ ทั้งในฐานะศิลปินแห่งชาติ พิธีกร และนักชิมชื่อดังผ่านเชลล์ชวนชิม ซึ่งได้ส่งต่อเรื่องราวของอาหารลงมาจนถึงทายาท คือ หม่อมหลวงศิริเฉลิม สวัสดิวัตน์ หรือ “คุณหมึกแดง” และหม่อมหลวงภาสันต์ สวัสดิวัตน์ หรือ “คุณอิงค์, ปิ่นโตเถาเล็ก” ด้วย
.
ทุกวันนี้หากใครสักคนได้มีโอกาสเดินผ่านร้านอาหารเก่าแก่ ก็อาจจะเห็นชามลายผักกาดแขวนอยู่เหนือประตู ป้ายชามนี้ไม่ได้เป็นป้ายรางวัลหรือเครื่องหมายการันตีเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นเศษเสี้ยวของเรื่องราวยุคหนึ่ง ที่ความอร่อยของร้านธรรมดา ๆ ได้เดินทางไปถึงผู้คนมากมาย ผ่านคำบอกเล่าจากชายคนหนึ่งบนหน้าหนังสือพิมพ์หรือรายการโทรทัศน์ ก่อนที่เรื่องราวของร้านอาหารจะย้ายไปอยู่บนโลกออนไลน์ในปัจจุบัน

