ใคร ๆ ก็ใส่เสื้อ แต่รู้ไหมว่าก่อนที่เสื้อจะกลายมาเป็นของที่ทุกคนคุ้นเคย ครั้งหนึ่งมันเคยเป็น “ของใหม่” และเริ่มกลายเป็นสิ่งที่ต้องใส่หลังจากนโยบายปรับปรุงประเทศให้เป็นสมัยใหม่ของรัฐบาล
ภายใต้นโยบายรัฐนิยมของจอมพล ป. พิบูลสงครามได้นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงหลายด้าน เช่นเรื่องวิถีชีวิตและการแต่งกาย นี่เองที่เป็นจุดเล็ก ๆ ในประวัติศาสตร์ที่นำมาสู่กิจการหลายกิจการ หนึ่งในนั้นก็คือกิจการของชายผู้หนึ่งนาม “เจือ ธนสารสมบัติ” ผู้ให้กำเนิด “ห่านคู่
.
❖ เจือ แซ่ฉั่ว และเซ่งเชียงไถ่
.
เจือ ธนสารสมบัติ หรือเจือ แซ่ฉั่ว เป็นอีกหนึ่งคนเชื้อสายจีนที่เดินทางจากซัวเถาเข้ามาตั้งถิ่นฐานในไทย ประวัติชีวิตช่วงต้นของนายเจือไม่ได้มีบันทึกเอาไว้ชัดเจนมากนัก แต่เนื้อหาส่วนใหญ่มักกล่าวถึงในช่วงที่เริ่มก่อตั้งธุรกิจแล้วมากกว่า
.
หนทางธุรกิจของนายเจือเริ่มต้นจากการรวมตัวของญาติมิตรและเพื่อนฝูง จัดตั้งบริษัทการค้านาม “เซ่งเชียงไถ่” ในย่านทรงวาด-สำเพ็ง เพื่อนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่าย โดยการมองการณ์ไกลของนายเจือและหุ้นส่วน ได้เห็นช่องทางจากนโยบายของรัฐบาล จึงนำเสื้อผ้าเข้ามาจัดจำหน่ายด้วย
.
การเปลี่ยนแปลงทางสังคมในยุคจอมพล ป. ได้ส่งผลดีต่อกิจการของเซ่งเชียงไถ่ในการนำเข้าเสื้อมาขายเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดี คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการลดต้นทุนนำเข้า ด้วยการเปิดโรงงานผลิตเสื้อเป็นแบรนด์ของตัวเอง นายเจือและหุ้นส่วนจึงตัดสินใจลงทุนสร้างโรงงานของตัวเอง และนี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของห่านคู่
.
❖ ปฐมบทห่านคู่
.
จากแนวคิดของการทำแบรนด์เสื้อเป็นของตัวเองในปี 2496 นายเจือและหุ้นส่วนได้เริ่มการศึกษา นำเข้าวัตถุดิบ นำเข้าจักรเย็บ และครูผู้สอนจากต่างประเทศ ก่อนจะเริ่มย้ายบริษัทไปตัดเสื้อในห้องแถวย่านถนนราชวัตร (ถนนนครไชยศรีในปัจจุบัน) และในปี 2499 ก็ได้ขยับขยายมาตั้งบริษัทใหญ่อยู่ที่สุขุมวิท 24 ภายใต้ชื่อ “โรงงานไทยแลนด์นิตติ้ง”
.
ธุรกิจของห่านคู่ดำเนินไปได้ด้วยดี จากการร่วมแรงร่วมใจของคนในครอบครัว ทั้งนายเจือ นายวิกิจผู้เป็นน้องชายของภรรยา ตลอดจนลูกหลานรุ่นต่อมา รายได้ในช่วงแรกมาจากการขายส่งเป็นหลัก กระทั่งพัฒนาอย่างมากในช่วงปี 2520 ที่อุตสาหกรรมสิ่งทอไทยกำลังเติบโต และเมื่อกิจการเข้าสู่ช่วงปี 2533 ตลาดของเสื้อยืดห่านคู่ก็ครอบคลุมไปทั่วประเทศ
.
❖ เสื้อยืดที่ใคร ๆ ก็รู้จัก
.
ห่านคู่ได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วงทศวรรษ 90s ที่เสื้อยืดสีขาวเข้ามามีบทบาทในวงการแฟชั่นอย่างมาก ทั้งอิทธิพลจากต่างประเทศ ไปจนถึงศิลปินไทย ที่สร้างกระแสแฟชั่น “เสื้อขาวกางเกงยีนส์” ขึ้นมา ซึ่งชื่อเสียงของเสื้อยืดห่านคู่ก็ยังคงเป็นที่รู้จักเรื่อยมา แม้ว่ากิจการจะมีอายุกว่า 70 ปีแล้วก็ตาม ไม่เพียงเท่านั้น ภาพของเสื้อขาวห่านคู่ก็ยังเป็นเสื้อที่ใคร ๆ ก็สวมใส่ได้ ตั้งแต่พ่อค้าไปจนถึงแรงงาน
.
การเข้ามาบริหารของทายาทรุ่นที่ 3 ได้แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของแบรนด์อย่างมาก เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ที่เป็นคนรุ่นใหม่ เริ่มมีการทำธุรกิจออนไลน์ มีการคอลแลบ และมีหน้าร้าน ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้เสื้อยืดห่านคู่ไม่ได้กลายเป็นของตกยุค แต่ยังคงมีที่ยืนอยู่ในกระแสแฟชั่นยุคใหม่ได้
.
จากนโยบายเปลี่ยนการแต่งกายในยุคจอมพล ป. สู่เสื้อยืดสีขาวของนายเจือที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองไทยมาหลายทศวรรษ “ห่านคู่” จึงไม่ใช่แค่แบรนด์เสื้อผ้า แต่ยังเป็นประจักษ์พยานของการเปลี่ยนแปลงของสังคมในช่วงหนึ่งด้วย

