เมื่อครั้งยังเป็นวัยรุ่น ปัญหาสิวนับว่าเป็นปัญหาใหญ่ของใครหลายคน ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย บางคนก็อาจจะหายาแต้มสิว หรือแผ่นแปะสิวรุ่นใหม่ ๆ ที่ขายตามท้องตลาดที่ต่างกันไปในแต่ละช่วง หรือบางคนก็อาจจะใช้ยาสามัญที่คุณพ่อคุณแม่เคยใช้และบอกต่อถึงสรรพคุณจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งหนึ่งในยาแต้มสิวที่หลาย ๆ คนอาจจะได้รับการบอกต่อกันมา ก็อาจจะนึกถึงชื่อของ “ผงวิเศษตราร่มชูชีพ”
ผงวิเศษ นับว่าเป็นอีกหนึ่งยาที่อยู่คู่กับคนไทยมานานหลายสิบปี แต่รู้หรือไม่ว่ากว่าที่ผงวิเศษหรือผงพิเศษในปัจจุบันจะกลายมาเป็นยาที่ผู้คนไว้วางใจและประสบความสำเร็จนั้นไม่ง่ายเลย โดยเจ้าผงวิเศษนี้ เป็นหนึ่งในธุรกิจสำคัญที่คิดค้นและก่อตั้งขึ้นมาโดยอดีตข้าราชการป่าไม้อย่าง “ดร. สมเกียรติ ศุภโกวิท” ชายที่มีใบหน้าปรากฏอยู่บนซองผงวิเศษนั่นเอง
.
๏ สมเกียรติ ศุภโกวิท
สมเกียรติ ศุภโกวิท เกิดเมื่อปี 2459 มีพื้นเพเป็นชาวเมืองลำปาง ต่อมาเมื่ออายุได้ประมาณ 6-7 ปี ก็พบเจอกับความสูญเสียครั้งใหญ่จากการที่เสียแม่ไปจากการคลอดน้องคนสุดท้อง หลังจากที่แม่จากไปได้ไม่นาน ครอบครัวของสมเกียรติจึงจำต้องเดินทางย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่ตำบลบ้านเอื้อม ย่านตลาดสบตุ๋ย
ชีวิตในวัยเด็กของสมเกียรติก็นับว่าเหนื่อยยากอยู่ไม่น้อย เพราะนอกเหนือจากการเรียนแล้วก็ยังหาเวลามาช่วยธุรกิจของที่บ้าน ซึ่งปูพื้นฐานทักษะการค้าขายให้กับเขา จนกระทั่งสมเกียรติสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จึงได้เข้าไปเรียนต่อที่วิทยาลัยเกษตรศาสตร์แม่โจ้ ซึ่งหางานได้ง่ายในท้องถิ่นและสามารถทำไร่เป็นของตัวเองได้ สมเกียรติจึงได้เรียนที่แม่โจ้ 4 ปี ก่อนที่จะเรียนต่อด้านวนศาสตร์อีก 2 ปี
.
๏ จากข้าราชการป่าไม้สู่พ่อค้า
หลังจากสำเร็จการศึกษาด้านวนศาสตร์ สมเกียรติก็ได้บรรจุเข้ารับราชการในกรมป่าไม้ ลงไปสำรวจประจำอยู่ที่สตูลและขอนแก่นตามลำดับ ซึ่งที่ขอนแก่นนี่เองที่ทำให้สมเกียรติได้พบกับ “สมจิตต์ อุชชิน” ผู้ที่จะกลายมาเป็นคู่ชีวิตของเขา
หลังจากที่สมเกียรติสมรสกับสมจิตต์ได้ไม่นาน สมเกียรติก็ถูกโยกย้ายไปประจำอยู่ที่จังหวัดพิบูลสงคราม (จังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชาในปัจจุบัน) ซึ่งทำงานอยู่ได้ 8 เดือนก็ตัดสินใจที่จะลาออกจากราชการ แล้วย้ายกลับไปอยู่กับภรรยาที่ขอนแก่นจนมีโซ่ทองคล้องใจหนึ่งคน โดยหลังออกจากราชการ สมเกียรติก็ทำงานใช้ประสบการณ์ค้าขายที่เคยเรียนรู้เมื่อครั้งช่วยงานที่บ้านตอนยังเด็กมาใช้ สร้างอาชีพขึ้นมา
อาชีพค้าขายของสมเกียรติเริ่มต้นกอบโกยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มต้นโดยรับสินค้าจากกรุงเทพขึ้นรถไฟมาขายในขอนแก่น และเอาสินค้าจากขอนแก่นไปขายในกรุงเทพกันก่อน โดยเมื่อสงครามสิ้นสุดลงสมเกียรติก็มีทรัพย์สมบัติอยู่ราว ๆ 500,000 บาท
.
๏ “ผงวิเศษ” ยาสารพัดประโยชน์ที่เกิดจากอีโต้สับนิ้วเท้า
การค้าขายแบบฉาบฉวยในช่วงสงครามนั้นสร้างกำไรให้สมเกียรติมาก แต่ในขณะเดียวกันเมื่อสงครามสิ้นสุดลงก็ได้คิดหาลู่ทางอาชีพที่สามารถทำได้อย่างสงบ เป็นกุศล และไม่เสี่ยงเกินไป สมเกียรติคิดไปคิดมากระทั่งอยู่มาวันหนึ่งก็ได้พบกับเหตุการณ์ที่ทำให้เขาคิดได้ว่าจะทำสัมมาอาชีพอะไรต่อไป
ในวันนั้น สมเกียรติได้ไปพบเห็นคนกำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว แล้วเกิดอุบัติเหตุมีดอีโต้สับหมูดันไปสับโดนนิ้วเท้าเลือดออกมาก ซึ่งนายสมเกียรติก็ได้เข้าไปช่วยห้ามเลือดแล้วก็พลันเกิดความคิดขึ้นมาว่าอยากที่จะทำยารักษาแผล นี่เองที่เป็นจุดกำเนิดของ “ผงวิเศษ” ขึ้นมาในโลกธุรกิจของไทยในยุคหลังสงครามโลก
หลายท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมผงวิเศษถึงใช้ตราร่มชูชีพ เรื่องนี้เล่าว่าในช่วงแรกที่คิดว่าจะทำยารักษาแผล วันหนึ่งนายสมเกียรตินอนเล่นอยู่ที่วัดเทพศิรินทราวาส เห็นเครื่องบินผ่านมาแล้วมีทหารโดดร่มชูชีพลงมาก็เอาร่มชูชีพนี่แหละมาเป็นเครื่องหมายการค้า แล้วตั้งชื่อยาว่าผงวิเศษพร้อมกับแปะหน้าตัวเองลงไปบนฉลากยาด้วย ส่วนชื่อร้าน นายสมเกียรติก็เอาชื่อภรรยามาตั้งเป็นชื่อร้านว่า “สมจิตต์โอสถ”
สมเกียรติพาครอบครัวลงมาอยู่ที่กรุงเทพ คิดสูตรยาโดยอาศัยความรู้ด้านสมุนไพรที่ได้เรียนมาจากแม่โจ้ คิดค้นอยู่นานจนได้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ใช้โรยแผลก็ได้ รักษาสิวก็ได้ ทาฝีหนองก็ได้
อย่างไรก็ดี จุดเริ่มต้นของธุรกิจก็ไม่ได้สวยหรูมากนัก เพราะสมเกียรติทำงานขายยา ควบคู่ไปกับธุรกิจค้าไม้ที่เคยทำ เพื่อนคนหนึ่งมาชวนทำธุรกิจซื้อขายไม้หมอนกัน สมเกียรติก็จัดทำเสร็จสิ้นแล้วทว่ากลับถูกเบี้ยวเงิน เหตุร้ายต่าง ๆ ก็เริ่มขึ้น ลูกเมียไม่สบายต้องเข้าโรงพยาบาลแต่ก็ไม่ได้มีเงินจ่าย บ้านที่เช่าอยู่ก็โดนไล่ที่ ทำให้ต้องย้ายไปเช่าตึกแถวธรรมดา ๆ อยู่ แล้วเริ่มทำผงวิเศษขาย นั่งบรรจุซองกันจนดึกดื่น และได้ปล่อยผงวิเศษเข้าสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ กิจการขายยาก็เริ่มเฟื่องฟูขึ้นไปเรื่อย ๆ ควบคู่ไปกับธุรกิจขายไม้ที่ทำควบคู่กันไป ไม่นานก็ประสบความสำเร็จ ผงวิเศษกลายเป็นแบรนด์ติดตลาดที่ใครหลายคนเลือกใช้มาจนถึงปัจจุบัน
.
๏ มรดก “ผงวิเศษ” ที่ “พิเศษ”
ดร.สมเกียรติ ศุภโกวิท ถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2561 ขณะอายุ 102 ปี 4 เดือน 28 วัน ตลอดระยะเวลาชีวิตของท่านได้สร้างประโยชน์มากมายไม่เพียงแค่เรื่องของประโยชน์ส่วนตัวแต่ยังมีเรื่องของประโยชน์ส่วนรวมด้วย ตั้งแต่การมอบทุนการศึกษา การบริจาคทรัพย์ให้โรงพยาบาลสงฆ์ ตลอดจนจัดตั้งมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือและพัฒนามหาวิทยาลัยแม่โจ้ที่ท่านจบการศึกษามา
มรดกของผงวิเศษ ได้มีการพัฒนาและขยายออกไปสู่ผลิตภัณฑ์ยาอื่น ๆ เกิดเป็นยาสีฟันและยาธาตุน้ำแดงตามมา และได้มีการเปลี่ยนชื่อจากผงวิเศษมาเป็นผงพิเศษเพื่อไม่ให้เป็นที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง
จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ผงวิเศษ ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ระดับตำนานที่อยู่คู่สังคมไทยมาเป็นเวลาเกือบ 80 ปีแล้ว ซึ่งก็ชี้ให้เห็นถึงมรดกของผงวิเศษที่ใครหลายคนก็ยังคงใช้ และผูกพันกับผู้คนอยู่มานานจนถึงปัจจุบัน
.
#สุดโปรด#บุคคล#ชีวประวัติ#ผงวิเศษ#ธุรกิจ#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ

