“กระโถนค่อมเขียนลายสุวรรณมัจฉา” เมื่อเครื่องเคลือบวังหน้ากลายเป็นเวทีช่างไทย

หากพูดถึง “กระโถน” หลายคนอาจนึกถึงเพียงภาชนะในชีวิตประจำวัน แต่กระโถนใบนี้…กลับเป็นมากกว่านั้น เพราะมันคือ งานศิลปหัตถกรรมชั้นสูงที่บรรจุทั้งวรรณคดี เทคโนโลยี และประวัติศาสตร์ไทยไว้ในใบเดียว

.

กระโถนค่อมเขียนลายสุวรรณมัจฉา ผลิตขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๕ พุทธศักราช ๒๔๒๓ (จุลศักราช ๑๒๔๒) และเคยจัดแสดงในนิทรรศการพิเศษ “เซรามิกแห่งแหลมทองและแดนอาทิตย์อุทัย” ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

.

ศิลป์ละเอียดบนภาชนะค่อมปากกว้าง

กระโถนใบนี้เป็น กระโถนค่อมขนาดเล็ก ปากกว้าง ลำตัวสอบลง เขียนด้วยเทคนิค ลายน้ำทอง ซึ่งเป็นการเขียนสีผสมน้ำเคลือบลงบนผิวภาชนะ แล้วตัดเส้นด้วยสีทอง เกิดเป็นลวดลายวิจิตรหลายสีบนพื้นเคลือบ

รอบตัวกระโถนปรากฏภาพจากวรรณคดีเรื่อง รามเกียรติ์ ด้านหนึ่งคือ นางสุพรรณมัจฉา ธิดาทศกัณฐ์ ผู้มีท่อนบนเป็นมนุษย์ สวมเครื่องทรงเต็มยศ ส่วนท่อนล่างเป็นลำตัวปลา ท่ามกลางกอบัวอ่อนช้อย

อีกด้านหนึ่งคือ มัจฉานุ บุตรของนางกับหนุมาน รูปลักษณ์ครึ่งลิงครึ่งปลา รายล้อมด้วยหมู่มัจฉา

ขอบปากกระโถนตกแต่งด้วยลายลูกขนาบดอกสี่กลีบบนพื้นทอง และที่กึ่งกลางก้นกระโถนด้านนอก มีตัวเลข ๑๒๔๒ ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขธรรมดา แต่คือปีที่ผลิตของชิ้นงานนี้เอง

.

เตาวังหน้า บททดลองสำคัญของเครื่องเคลือบไทย

สิ่งที่ทำให้กระโถนใบนี้พิเศษยิ่งขึ้นคือมัน ไม่ได้สั่งมาจากจีน อย่างที่ไทยเคยทำมาในอดีต แต่เป็นผลงานที่ ช่างไทยเขียนและเผาเอง ณ เตาเครื่องเคลือบใน พระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า)

ในสมัยรัชกาลที่ ๕ กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ทรงโปรดงานช่างเป็นอย่างยิ่ง จึงทรงตั้งโรงงานการช่างหลายแขนงในวังหน้า รวมถึงเตาเครื่องเคลือบ นำภาชนะเนื้อขาวแบบจีนมาเขียนสี ลายน้ำทอง และผูกลายไทยอย่างงดงามใช้เป็นของถวาย ของใช้ และของแจก ไม่ใช่เพื่อการค้า

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงบันทึกไว้ว่า ผลงานเหล่านี้ “งามดีมาก” แต่ผลิตอยู่เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนจะเลิกไป เมื่อกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญทิวงคต เตาวังหน้าก็ปิดตัวลงโดยไม่มีการสืบทอดต่อ

.

กระโถนค่อมเขียนลายสุวรรณมัจฉาใบนี้ คือ หลักฐานชิ้นสำคัญของช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ช่างไทยเริ่มทดลอง สร้าง และประกาศศักยภาพของตนเองในโลกของเครื่องเคลือบ ที่เคยพึ่งพาจีนมาอย่างยาวนาน