สืบศิลป์ “ปักซอยไทย” ศิลปะบนผืนผ้าที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ทรงชุบชีวิต
ศิลป์โบราณที่กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ด้วยพระราชปณิธานอันงดงามของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ![]()
![]()
.
การปักซอย ไม่ใช่แค่งานปัก ![]()
แต่คือ “ศิลปะระดับภาพวาด” ที่เกิดจากการเดินเข็มขึ้นลงถี่ ๆ สลับเส้นไหมสั้นยาวไม่เท่ากัน ไล่เฉดสีอย่างอ่อนโยนจนเกิดมิติและเงาเหมือนภาพวาดจริง รู้หรือไม่ว่าการปักแบบนี้ต้องใช้สมาธิ ลมหายใจ และหัวใจของช่างอย่างแท้จริง เพราะทุกจังหวะเข็มคือการค่อย ๆ เติมเรื่องราวบนผืนผ้าให้มีชีวิตขึ้นมา
.
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ทรงเล็งเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาไทยชิ้นนี้ จึงโปรดให้ ฟื้นฟูศิลปะการปักซอย ขึ้นที่ “สถาบันสิริกิติ์” และทรงพระกรุณาให้ขยายการสอนออกไปยังชุมชนทั่วประเทศ เพื่อให้ช่างฝีมือไทยมีอาชีพ มีรายได้ และยังได้สืบสานงานปักให้คงอยู่ต่อไป เรียกได้ว่า พระองค์ทรงเป็น “ผู้นำการคืนชีพงานศิลป์ปักไทย” อย่างแท้จริง
.
สุดโปรด ขอแนะนำให้ไปชม “ผ้าปักไหมน้อย”
ผลงานช่างสถาบันสิริกิติ์ รวมถึงผลงานระดับรางวัลชนะเลิศต่าง ๆ ได้ที่ พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ตำบลเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับรองว่าคุณจะทึ่งกับความละเอียดระดับเส้นไหมที่เล่าเรื่องได้ทุกเส้น
.
งานปักซอยหนึ่งชิ้น… เปรียบเหมือนการเขียนภาพด้วยเส้นไหม แต่ละสีต้องเรียง ไล่โทน และสอดรับกันอย่างกลมกลืนเพื่อให้เกิดภาพที่สมจริงที่สุด ไม่ว่าจะเป็น วิถีชุมชน ธรรมชาติ เรื่องราวของผู้คน ทุกลาย คือ เอกลักษณ์ของความเป็นไทยที่ถูกบันทึกไว้บนผืนผ้าอย่างงดงาม ![]()
.
ช่างปักต้องมีทั้งทักษะ ความอดทน และศิลปะในหัวใจ ตั้งแต่การขึงผ้าบนสะดึงให้ตึงสนิท การ “สับ–หว่าง” เส้นไหม การค่อย ๆ ปักโค้งตามลายต้นแบบ รวมถึงการเลือกสีให้ใกล้เคียงต้นฉบับที่สุด นี่คือเหตุผลที่ผ้าปักซอย 1 ชิ้น ใช้เวลาทำตั้งแต่หลายสัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน
จึงล้ำค่าทั้งในเชิงศิลปะและในเชิงวัฒนธรรม

