ในทุกพระราชพิธี และทุกการเสด็จพระราชดำเนิน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ทรงเปล่งประกายความงามอันอ่อนช้อย และสง่างามดั่งราชินีผู้ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้ทั้งโลก ![]()
![]()
.
แต่เบื้องหลัง “ฉลองพระองค์อันทรงคุณค่า” ที่สะกดทุกสายตา คือผลงานของเหล่าศิลปินแฟชั่นระดับโลก ที่ร่วมกันรังสรรค์ความงามให้กลายเป็น “ภาษาแห่งวัฒนธรรม” ระหว่างตะวันออกและตะวันตกอย่างกลมกลืน
.
นายปิแอร์ บัลแมง (Pierre Balmain) ดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสระดับตำนาน ผู้เริ่มต้นตัดเย็บฉลองพระองค์ให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 เพื่อใช้ในการเสด็จเยือน 14 ประเทศในยุโรปและสหรัฐอเมริกา บัลแมงได้ผสานความงามของ “ผ้าไหมไทย” เข้ากับแฟชั่นชั้นสูงแบบปารีเซียง สร้างเอกลักษณ์ใหม่ที่ทั้งหรูหราและทรงศักดิ์ศรี
นายอีริก มอร์เทนเซน (Erik Mortensen) นักออกแบบชาวเดนมาร์ก ผู้เข้าใจผ้าไหมไทยอย่างลึกซึ้ง ดูแลการตัดเย็บทุกขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน เพื่อสะท้อนพระสิริโฉมและอัตลักษณ์ไทยให้เปล่งประกายในทุกการปรากฏพระองค์
นายฟรองซัวส์ เลอซาจ (Francois Lesage) ศิลปินเอกแห่งวงการปักผ้าแห่งฝรั่งเศส ผู้รับผิดชอบงานปักฉลองพระองค์ด้วยความละเอียดอ่อนและประณีต บางชุดใช้เวลานานนับร้อยชั่วโมงในการปักด้วยมือ เพื่อให้เกิดความงามอันสมบูรณ์แบบ
.
ผลงานเหล่านี้มิใช่เพียง “แฟชั่น” แต่คือ ศิลปะแห่งความภาคภูมิใจของชาติไทย ที่เผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ในการเสด็จเยือนประเทศต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นราชวงศ์จนถึงกลางพุทธศตวรรษที่ 25 ได้กลายเป็นบทหนึ่งของประวัติศาสตร์แฟชั่นโลก ที่ทำให้ “ผ้าไหมไทย” เป็นที่รู้จักและชื่นชมในทุกมุมโลก
.
ทุกฉลองพระองค์จึงมิได้เป็นเพียงเครื่องแต่งกาย แต่เป็น “สัญลักษณ์แห่งศิลปะ วัฒนธรรม และพระบารมี” ที่จะคงอยู่เหนือกาลเวลา ![]()
![]()




