“ลาบูบู๊” vs “หน้ากาล” ลายปูนปั้นโบราณ กับตำนานที่คุณ(อาจ)ไม่เคยรู้

ใครสายอาร์ตทอยต้องคุ้นชื่อ “ลาบูบู้” 🎨 ตุ๊กตาหน้ากลม ตาโต เขี้ยวแหลม ปากกว้างสุดคิวท์ ที่กำลังเป็นเทรนด์แรงในตอนนี้

.

แต่รู้หรือไม่ว่า หลายคนแอบอ้างว่ามันดันไปละม้ายคล้าย “หน้ากาล” 👹 หรือ “เกียรติมุข” 🐲 หน้าลายปูนปั้นสุดโบราณในศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

.

👁️ หน้ากาลคือใคร ?

“หน้ากาล” (Kala Face) หรือ “เกียรติมุข” (Kirtimukha) บางตำราก็เรียก สิงหมุข 🦁 เป็นลวดลายปูนปั้นที่เรามักเห็นบนซุ้มโบราณสถาน โดยเฉพาะงานสมัยสุโขทัย 💠 จุดเด่นคือ ตาโตถลน คิ้วขมวด ปากกว้าง เขี้ยวแหลม ไม่มีปากล่าง ไม่มีลำตัวมีเพียง “หน้า” ที่ดุดันทรงพลัง!

.

ในคติศาสนาฮินดู “กาล” หมายถึง “เวลา” ⏳ ผู้กลืนกินสรรพสิ่งทั้งจักรวาล หน้ากาลจึงถูกตีความเหมือนสัญลักษณ์แห่งความไม่เที่ยง ทุกสิ่งล้วนอยู่ภายใต้อำนาจของกาลเวลา

.

เรื่องเล่าที่แพร่หลายในคัมภีร์ฮินดูเล่าว่า วันหนึ่งพระศิวะทรงพิโรธจนเกิด ยักษ์หน้าสิงห์ ออกมาจากหว่างคิ้ว 😱 ยักษ์นั้นหิวจัดจนพระศิวะต้องสั่งให้กินร่างกายตนเอง จนเหลือเพียง “หัว” เท่านั้น

พระศิวะจึงประทานชื่อให้ว่า เกียรติมุข หรือ “หน้าอันมีเกียรติ” 🙏 และมอบหน้าที่เป็นผู้เฝ้าทางเข้า เป็นสัญลักษณ์แห่งการคุ้มครองป้องกันสิ่งชั่วร้าย

.

✨ การที่ หน้ากาล/เกียรติมุข ถูกสร้างไว้เหนือซุ้มประตูวิหารหรือโบราณสถาน หมายถึง “ผู้พิทักษ์” ที่คอยกันสิ่งอัปมงคลไม่ให้ผ่านเข้ามา 🏯 เป็นทั้งศิลปะและคติธรรมที่อยู่คู่พุทธสถานและศาสนสถานมาช้านาน

.

🔮 แล้ว “ลาบูบู้” เหมือนหน้ากาลจริงไหม? ลองสังเกตสิ ทั้งคู่มี ตาโต 👀 ปากกว้าง 😮 เขี้ยวใหญ่ 🦷 จนหลายคนอดคิดไม่ได้ว่า อาร์ตทอยสุดคิวท์ตัวนี้ อาจจะได้แรงบันดาลใจจากลายปูนปั้นโบราณ หรือเปล่านะ

แล้วคุณล่ะ คิดว่าหน้ากาลกับลาบูบู้…เหมือนกันจริงไหม? 😏