ขนมเทียน ขนมไหว้ของจีนที่ไม่มีในแผ่นดินใหญ่

ช่วงสารทจีนก็เพิ่งผ่านพ้นไป แน่นอนว่าเมืองไทยที่มีประชากรชาวไทยเชื้อสายจีนเป็นจำนวนกว่า 14% ของประชากรทั้งหมดก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ผ่านการไหว้สารทจีนกันมาตามธรรมเนียมของบรรพบุรุษ ซึ่งของที่ใช้ไหว้ในวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายจีนก็มีมากมายหลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือคู่ขา “ขนมเข่ง-ขนมเทียน” ที่เจอกันบ่อย ๆ ทั้งในช่วงตรุษจีนไปจนถึงช่วงวันสารท ขนมเข่งนี้อย่างที่เราพอจะทราบกันว่ามาจากเหนียนเกา แต่แล้วขนมเทียนนี่หล่ะ? เทียบกับขนมอย่างจีนได้เป็นขนมอะไร?

อันที่จริงแล้วจะไปหาเทียบเวอร์ชั่นจีนของขนมเทียนก็นับว่าเป็นอะไรที่หายากสักหน่อย เพราะจากหลักฐานส่วนใหญ่ เราจะพบว่าจริง ๆ แล้วขนมเทียนแบบหน้าตาที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ ไม่เชิงว่าพบการบริโภคกันอย่างแพร่หลายในจีนเลย มันไม่มีชื่อในภาษาจีนกลาง แถมในจีนแต้จิ๋วก็ดันเรียกทับศัพท์ภาษาไทยไปอีก ทำให้เกิดการสันนิษฐานกันอย่างกว้างขวางว่าขนมเทียนนี้จริง ๆ แล้วเกิดขึ้นโดยชาวไทยเชื้อสายจีนเมื่อเดินทางเข้ามาถึงประเทศไทยนี่แหละ หรือถ้าเกิดขึ้นมาในจีนก็หมายความว่ามันถูกทำให้เป็นไทยจนไม่เหลือเค้าเดิมอยู่เลย ซึ่งประวัติของมันเล่าว่าเกิดขึ้นมาจากการดัดแปลงขนมเข่ง โดยการใส่ไส้และห่อเป็นรูปสามเหลี่ยมอย่างพีระมิดขึ้นมา ซึ่งชื่อของขนมเทียนน่าจะมาจากลักษณะของเนื้อที่เนียนละเอียดเหมือนเนื้อเทียนก็เป็นไปได้

ขนมเทียนส่วนใหญ่เป็นขนมที่ทำมาจากแป้งข้าวเหนียวเป็นหลัก บ้างก็กวนกับน้ำตาลก่อนแล้วนำไปนึ่ง ข้างในใส่ไส้ ซึ่งก็มีอยู่ 2 รสชาติหลัก ๆ คือไส้เค็มกับไส้หวาน ไส้เค็มจะมีลักษณะเป็นถั่วผัดกับเกลือ พริกไทย น้ำตาล ให้รสชาติออกเค็ม ๆ เผ็ด ๆ นิดหน่อย ในขณะที่ไส้หวานมีลักษณะเป็นมะพร้าวขูดฝอยผัดน้ำตาลเป็นเหมือนกระฉีก ซึ่งในความเชื่อของจีนนั้นนับให้เป็นขนมมงคลคู่กับขนมเข่งมีความหมายถึงความราบรื่นต่าง ๆ

การประดิษฐ์ริเริ่มทำขนมเทียนของกลุ่มชาวไทยเชื้อสายจีนนี้ไม่ปรากฎหลักฐานชัดเจนมากนักว่าเริ่มต้นขึ้นมาในช่วงสมัยใดกันแน่ แต่อย่างน้อย ๆ ก็เป็นอาหารที่มีบันทึกมาตั้งแต่ครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์ดังที่ปรากฎในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานทำให้เชื่อว่ามันไม่น่าจะใหม่ไปกว่าช่วงเวลาดังกล่าว โดยขนมเทียนนี้ได้รับความนิยมในหมู่ชาวไทยเชื้อสายจีนก่อนที่จะหลอมรวมเข้าเป็นอาหารท้องถิ่นในไทยที่ในหลาย ๆ ภูมิภาครับเข้าไปเป็นอาหารที่ใช้ในงานบุญต่าง ๆ ทั้งเหนือและใต้ด้วย เช่นในล้านนาที่ขนมเทียนกลายเป็นหนมจ็อกและใช้งานในปี๋ใหม่เมือง เป็นต้น โดยในส่วนของทางใต้นั้นก็พบการขยายตัวของขนมชนิดนี้ไปในมาเลเซียด้วย

ขนมเทียน ถึงแม้ว่าจะไม่มีบันทึกเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนมากนัก แต่ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งขนมที่มีประวัติศาสตร์และเกี่ยวโยงกับชาวไทยเชื้อสายจีนเรื่อยมา สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของชาวไทยเชื้อสายจีนกลุ่มนี้ที่ได้เป็นอีกส่วนเล็ก ๆ ในวัฒนธรรมการกินของผู้คนในแถบนี้ด้วยในอีกทางหนึ่ง
#จานโปรด#ขนมเทียน#สารทจีน#ไทย#จีน#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ