ถ้าพูดถึงเมนูข้าวญี่ปุ่นที่ทั้งอิ่มง่าย อร่อยเร็ว และเป็นที่โปรดปรานของใครหลายๆคน จะต้องเป็น “คัตสึด้ง” (カツ丼) โดยชื่อนี้มาจากการรวมของ 2 คำเข้าด้วยกัน “ทงคัตสึ” (หมูทอด) และ “ดงบุริ” (ถ้วยหรือชาม) ซึ่งในคัตสึด้งจะมี หมูทอดทงคัตสึกรอบ ๆ


กับไข่นุ่มๆ ราดบนข้าวสวยร้อน ๆ



แต่รู้ไหมว่าแท้จริงแล้ว หมูทอดที่ราดด้วยไข่ในชามข้าว ไม่ได้มาอยู่ในชามเดียวกันแต่แรก… ซึ่งการรวมตัวของทั้งสองเมนูนี้เกิดขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 หรือยุคไทโช บ้างว่าเป็นความอร่อยนี้เกิดจาก “ความบังเอิญ” มีเรื่องเล่าอยู่ว่า
เรื่องแรก ในปี 1913 ที่มหาวิทยาลัยวาเซดะ อาจารย์ได้ใช้ “อาหาร” เป็นการลงโทษนักเรียน โดยให้กินทงคัตสึที่ราดไข่ตุ๋นและข้าวรวมกันในชามเดียว แต่ผิดคาด… เพราะนักเรียนกลับชอบเมนูนี้

เมนูที่ตั้งใจจะเป็นบทเรียนกลับกลายเป็นจานโปรดของนักศึกษา และภายหลังได้กลายเป็นเมนูยอดนิยมในโรงอาหารและร้านใกล้มหาวิทยาลัย
ส่วนอีกเรื่อง ในปี 1921 มีนักศึกษาหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้าไปในร้านอาหารเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในเมืองโคฟุ เขาสั่งทงคัตสึพร้อมข้าว แต่บ่นว่าไม่มีเวลาพอจะนั่งกินแยก เพราะต้องรีบกลับไปเรียน เชฟจึงตัดสินใจช่วยแก้ปัญหาด้วยการ หั่นทงคัตสึวางบนข้าว แล้วราดไข่ปรุงรสลงไป กลายเป็นข้าวหน้าหมูทอดสูตรเร่งด่วน




แต่รู้ไหมว่า คัตสึด้ง ไม่ได้เป็นแค่ “จานโปรด” แต่ยังเป็นเมนูที่อยู่ในสนามสอบ และห้องขังมาแล้วด้วย
เพราะคำว่า “คัตสึ” พ้องเสียงกันกับคำว่า “คัตสึ” (勝つ) ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “ชนะ”

คนญี่ปุ่นเลยนิยมกินคัตสึด้งก่อนสอบ หรือก่อนแข่งกีฬา เพื่อเป็นเคล็ดให้ “สอบผ่าน” หรือ “ชนะศึก”

จึงทำให้เป็นอาหารที่ให้ทั้งความอร่อย ทั้ง

ด้วยเหตุผลนี้ ทำให้ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 คัตสึด้งก็ยิ่งแพร่หลายไปทั่วประเทศ เพราะเป็นเมนูที่ให้พลังงานสูง กินอิ่มง่าย ราคาย่อมเยา และมีความหมายดีจากคำว่า “คัตสึ = ชนะ”
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่ชวนประหลาดใจคือ ในยุคโชวะ ตำรวจญี่ปุ่นจะมีธรรมเนียมว่า หากนักโทษจะถูกตัดสินโทษประหาร เขาจะได้รับ “คัตสึด้ง” เป็นอาหารชามสุดท้าย

จึงทำให้กลายเป็นที่มาของภาพจำในหนังญี่ปุ่นหลายเรื่อง ที่ผู้ร้ายจะได้นั่งกินคัตสึด้งคนเดียวก่อนที่จะ “รับชะตากรรม”
#คัตสึด้ง#หมูทอด#ไข่ตุ๋น#อาหาร#อาหารญี่ปุ่น#จานโปรด#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ

