คัตสึด้ง เมนูที่เกิดขึ้นจากความบังเอิญ…

ถ้าพูดถึงเมนูข้าวญี่ปุ่นที่ทั้งอิ่มง่าย อร่อยเร็ว และเป็นที่โปรดปรานของใครหลายๆคน จะต้องเป็น “คัตสึด้ง” (カツ丼) โดยชื่อนี้มาจากการรวมของ 2 คำเข้าด้วยกัน “ทงคัตสึ” (หมูทอด) และ “ดงบุริ” (ถ้วยหรือชาม) ซึ่งในคัตสึด้งจะมี หมูทอดทงคัตสึกรอบ ๆ 

🐷
🥢

 กับไข่นุ่มๆ ราดบนข้าวสวยร้อน ๆ 

🍚
🍳
✨

แต่รู้ไหมว่าแท้จริงแล้ว หมูทอดที่ราดด้วยไข่ในชามข้าว ไม่ได้มาอยู่ในชามเดียวกันแต่แรก… ซึ่งการรวมตัวของทั้งสองเมนูนี้เกิดขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 หรือยุคไทโช บ้างว่าเป็นความอร่อยนี้เกิดจาก “ความบังเอิญ” มีเรื่องเล่าอยู่ว่า

เรื่องแรก ในปี 1913 ที่มหาวิทยาลัยวาเซดะ อาจารย์ได้ใช้ “อาหาร” เป็นการลงโทษนักเรียน โดยให้กินทงคัตสึที่ราดไข่ตุ๋นและข้าวรวมกันในชามเดียว แต่ผิดคาด… เพราะนักเรียนกลับชอบเมนูนี้

🥹

 เมนูที่ตั้งใจจะเป็นบทเรียนกลับกลายเป็นจานโปรดของนักศึกษา และภายหลังได้กลายเป็นเมนูยอดนิยมในโรงอาหารและร้านใกล้มหาวิทยาลัย

ส่วนอีกเรื่อง ในปี 1921 มีนักศึกษาหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้าไปในร้านอาหารเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในเมืองโคฟุ เขาสั่งทงคัตสึพร้อมข้าว แต่บ่นว่าไม่มีเวลาพอจะนั่งกินแยก เพราะต้องรีบกลับไปเรียน เชฟจึงตัดสินใจช่วยแก้ปัญหาด้วยการ หั่นทงคัตสึวางบนข้าว แล้วราดไข่ปรุงรสลงไป กลายเป็นข้าวหน้าหมูทอดสูตรเร่งด่วน 

🍚
🐷
🍳
💡

 แต่รู้ไหมว่า คัตสึด้ง ไม่ได้เป็นแค่ “จานโปรด” แต่ยังเป็นเมนูที่อยู่ในสนามสอบ และห้องขังมาแล้วด้วย

เพราะคำว่า “คัตสึ” พ้องเสียงกันกับคำว่า “คัตสึ” (勝つ) ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “ชนะ” 

📣

 คนญี่ปุ่นเลยนิยมกินคัตสึด้งก่อนสอบ หรือก่อนแข่งกีฬา เพื่อเป็นเคล็ดให้ “สอบผ่าน” หรือ “ชนะศึก” 

🏆

 จึงทำให้เป็นอาหารที่ให้ทั้งความอร่อย ทั้ง 

💕

ด้วยเหตุผลนี้ ทำให้ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 คัตสึด้งก็ยิ่งแพร่หลายไปทั่วประเทศ เพราะเป็นเมนูที่ให้พลังงานสูง กินอิ่มง่าย ราคาย่อมเยา และมีความหมายดีจากคำว่า “คัตสึ = ชนะ”
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่ชวนประหลาดใจคือ ในยุคโชวะ ตำรวจญี่ปุ่นจะมีธรรมเนียมว่า หากนักโทษจะถูกตัดสินโทษประหาร เขาจะได้รับ “คัตสึด้ง” เป็นอาหารชามสุดท้าย 

😢

 จึงทำให้กลายเป็นที่มาของภาพจำในหนังญี่ปุ่นหลายเรื่อง ที่ผู้ร้ายจะได้นั่งกินคัตสึด้งคนเดียวก่อนที่จะ “รับชะตากรรม”

#คัตสึด้ง#หมูทอด#ไข่ตุ๋น#อาหาร#อาหารญี่ปุ่น#จานโปรด#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ