“ฉัตร” จากใบบัวสู่สัญลักษณ์แห่งชัยชนะ และอิสริยยศสูงสุดของแผ่นดิน

รู้หรือไม่ว่า “ฉัตร” ซึ่งเรามักเห็นประดับอยู่เหนือพระเศียรพระมหากษัตริย์ หรือในพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ แท้จริงแล้ว มีต้นกำเนิดย้อนไปไกลกว่าที่คิด

.

ที่สำคัญ ไม่ใช่แค่ “ของตกแต่ง” ธรรมดา ๆ แต่ “ฉัตร” คือตัวแทนของเกียรติยศ ความยิ่งใหญ่ และชัยชนะเหนือทิศทั้งปวง

.

จุดเริ่มต้นของ “ฉัตร” อยู่ที่…ใบบัว?

จากพระนิพนธ์ของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งบันทึกไว้ใน สารานุกรมประวัติศาสตร์ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสภา เล่ม 3 (อักษร ฉ-ต) ได้เล่าว่า แรกเริ่มมนุษย์ใช้ “ใบบัว” บังแดด ก่อนจะมีผู้ประดิษฐ์ “ร่ม” ขึ้นใช้แทน

.

ผู้นำหรือแม่ทัพในอดีต มักมีผู้ถือร่มให้เสมอเวลาออกศึก เพราะนอกจากจะช่วยกันแดดแล้ว ยังใช้เป็น สัญญาณ บอกตำแหน่งของผู้นำแก่กองทัพได้อีกด้วย หากฝ่ายไหนรบชนะ ก็จะยึด “ร่ม” ของฝ่ายตรงข้ามมาแสดงชัยชนะ และมีคนถือเดินตามในขบวนกลายเป็น สัญลักษณ์แห่งชัยชนะ ที่ทุกคนต้องมองเห็น

.

จากร่มธรรมดา → สู่ “ฉัตร” อันสง่างาม

เมื่อการถือร่มในขบวนเริ่มกลายเป็นธรรมเนียมในงานพิธีต่าง ๆ ชาติอื่น ๆ เช่นจีนและญวน มีขบวนแห่ที่ใช้ร่มล้อมรอบประธาน แต่สำหรับไทย เห็นว่าไม่งามตา จึงปรับให้ “ร่มซ้อนร่ม” เป็นแนวตั้ง จนเกิดเป็น “ฉัตร” ขึ้นมา คำว่า “ฉัตร” นั้น จึงหมายถึง ร่มที่ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ซึ่งแต่ละชั้นนั้น ไม่ได้วางทับกันเปล่า ๆ แต่ มีความหมาย ซ่อนอยู่

.

ฉัตรแต่ละชั้น บอกถึง “ความยิ่งใหญ่” แค่ไหน?

ในคติความเชื่อไทย “ฉัตร 1 ชั้น” คือของตนเอง ส่วนที่ซ้อนเพิ่มอีกแต่ละชั้น แปลว่า “ชนะเพิ่มอีกหนึ่งทิศ” เช่น

3 ชั้น = ผู้ชนะ 2 ทิศ

5 ชั้น = ผู้ชนะ 4 ทิศ

7 ชั้น = ผู้ชนะ 6 ทิศ

9 ชั้น = ผู้ชนะ 8 ทิศ

และฉัตรสูงสุดในแผ่นดินอย่าง “พระมหาเศวตฉัตร 9 ชั้น” นั้น มีเพียงหนึ่งเดียว คือ สำหรับพระมหากษัตริย์ เท่านั้น ข้อมูลจาก สารานุกรมไทย แสดงให้เห็นว่า สี ขนาด และจำนวนชั้นของฉัตร ล้วนมีความหมายและใช้กับบุคคลระดับต่างกัน ดังนี้

1. เศวตฉัตร (ฉัตรผ้าขาว)

– 9 ชั้น: เรียกว่า นพปฎลมหาเศวตฉัตร สำหรับพระมหากษัตริย์ผู้ทรงผ่านพิธีราชาภิเษก

– 7 ชั้น: พระสัปตปฎลเศวตฉัตร สำหรับพระมหากษัตริย์ก่อนราชาภิเษก, สมเด็จพระบรมราชชนนี, สมเด็จพระยุพราช

– 5 ชั้น: เบญจปฎลเศวตฉัตร สำหรับพระมเหสีชั้นพระราชเทวี, เจ้าฟ้า, สมเด็จพระมหาสมณเจ้า

2. ฉัตรขาวลายทอง พื้นขาว มีลายทอง ห้อยจำปาทอง ใช้กับพระองค์เจ้าชั้นสูง เช่น เจ้าต่างกรม และ สมเด็จกรมพระยา

3. ฉัตรตาด

– ตาดขาว: สำหรับพระโอรสธิดาชั้นกรมพระ

– ตาดเหลือง: สำหรับชั้นกรมหลวง และ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า

4. ฉัตรโหมด มีทั้งสีขาว เหลือง ทอง เงิน และแบ่งชั้นตามยศของพระราชวงศ์ เช่น

– โหมดทอง 5 ชั้น: สำหรับพระองค์เจ้าที่มิได้ทรงกรม

– โหมดเงิน 3 ชั้น: สำหรับพระโอรส-ธิดาในสมเด็จพระบวรราชเจ้าชั้นกรม

– โหมดทอง 3 ชั้น: สำหรับพระโอรส-ธิดาที่มิได้ทรงกรม

.

“ฉัตร” ไม่ใช่แค่ของประดับในขบวนแห่ หากแต่เป็น สัญลักษณ์สูงสุดของศักดิ์ศรี ความยิ่งใหญ่ และชัยชนะ ที่ผ่านการพัฒนาความหมายจาก “ใบบัว” เล็ก ๆ ในธรรมชาติ สู่ สัญลักษณ์สำคัญของราชสำนักไทย ที่ยืนยงจนถึงปัจจุบัน