ประติมากรรมปูนปั้นรูปบุรุษที่พบที่เจดีย์หมายเลข ๓
เมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นงานศิลปะที่สะท้อนถึงความงามและความละเอียดอ่อนของช่างในยุคทวารวดี
.
ประติมากรรมชิ้นนี้แสดงให้เห็นถึงบุรุษที่ยืนเอียงสะโพก ทรงผมเป็นมวยสูงที่เรียกว่าทรงชฎามกุฎ ซึ่งแม้จะไม่มีรายละเอียดของเครื่องประดับศีรษะ แต่การแสดงอารมณ์ผ่านใบหน้าที่เหลี่ยม คิ้วที่ต่อกันเป็นปีกกา ตาเหลือบมองลงต่ำ จมูกโด่ง และริมฝีปากอมยิ้มเล็กน้อย ทำให้ภาพนี้แสดงถึงความมีเมตตาและความละมุนที่สะท้อนความรู้สึกของพระโพธิสัตว์ ![]()
.
การยืนในลักษณะเอียงตนของบุรุษในประติมากรรมนี้มีอิทธิพลจากศิลปะอินเดียแบบคุปตะ แต่งานฝีมือที่ละเอียดอ่อนและลักษณะใบหน้ากลับแสดงถึงเอกลักษณ์ของศิลปะทวารวดี ทำให้งานชิ้นนี้ถูกกำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 – 14 (ประมาณ 1,200 – 1,300 ปีมาแล้ว)
.
แม้ว่าประติมากรรมนี้จะไม่มีลักษณะของรูปเคารพพระโพธิสัตว์ ![]()
อย่างเช่น รูปพระอมิตาภะ หรือสถูปจำลองที่พบในงานประติมากรรมอื่น ๆ แต่ลักษณะและท่าทางของรูปบุรุษแสดงถึงความเมตตาที่พระโพธิสัตว์ทรงมีให้กับมวลมนุษย์ ความรู้สึกนี้ได้ถ่ายทอดผ่านท่ายืนและท่าทางของรูปบุรุษในงานปูนปั้นชิ้นนี้
.
ประติมากรรมปูนปั้นของเมืองโบราณอู่ทองและเมืองโบราณคูบัว
เป็นหลักฐานสำคัญในการศึกษาเกี่ยวกับศิลปกรรมในยุคทวารวดี ซึ่งแสดงถึงความหลากหลายของประติมากรรมที่ตกแต่งศาสนสถานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปเคารพพระพุทธรูป พระโพธิสัตว์ เทวดา
หรือแม้กระทั่งลวดลายประดับต่าง ๆ งานเหล่านี้สะท้อนถึงรสนิยมและวิธีการตกแต่งที่เต็มไปด้วยความศรัทธาและความสวยงามในสมัยนั้น

