เคบับถูกกล่าวถึงในตำราเป็นครั้งแรกสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 9 เชื่อกันว่าเคบับมีต้นกำเนิดในจักรวรรดิเปอร์เซีย ซึ่งเริ่มต้นจากเป็นอาหารริมทาง โดยคำว่าเคบับเป็นภาษาเปอร์เซีย แปลว่า ‘ทอด’ หรือ ‘ย่าง’ ซึ่งหมายถึงการนำเนื้อมาย่างนั่นเอง
.
จากนั้น อาหารจานนี้ก็แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วไปในตะวันออกกลางและเอเชียกลางจนทำให้เคบับกลายเป็นอาหารในแถบออตโตมัน และไม่ว่าจะผ่านไปกี่ศตวรรษ เคบับก็ยังคงเป็นอาหารยอดนิยมเพราะสามารถทำได้ง่ายโดยการปรุงด้วยไฟและไม่ต้องใช้อุปกรณ์หรือส่วนผสมพิเศษอื่น ๆ ใด
.
เวลาล่วงเลยมาช่วงปลายศตวรรษที่ 18 วัฒนธรรมอาหารอย่างเคบับก็ได้เดินทางมายังอินเดีย และได้รับความนิยมตั้งแต่อาหารข้างทางของคนยากไร้จนถึงอาหารมื้อสำคัญสำหรับราชวงศ์ชั้นสูงในอินเดีย โดยอาหารจานแรกของอินเดียที่คล้ายเคบับเรียกว่า ‘Soola’ เนื่องด้วยบริเวณพื้นที่ของอินเดียเต็มไปด้วยสัตว์ป่าอย่างหมูและกวาง เนื้อเหล่านี้จึงถูกนำมาทำเป็น Soola
.
จนกลางศตวรรษที่ 20 เคบับก็แพร่กระจายไปทั่วยุโรปและออสเตรเลีย รวมถึงสหรัฐอเมริกาก็ได้ลิ้มลองเคบับซึ่งถูกเผยแพร่โดยชาวเลบานอน ซึ่งก็มีวิวัฒนาการโดยเคบับมีชิ้นเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้การย่างเคบับต้องใช้เวลานานและลำบากมากขึ้น
.
ปัจจุบัน ไม่ว่าผู้คนจะมาจากวัฒนธรรมหรือศาสนาใดก็ต่างชื่นชอบเคบับ เพราะสามารถทำได้โดยใช้เนื้อสัตว์หลากหลายชนิด เช่น เนื้อแกะ ไก่ เนื้อวัว และปลา เคบับอาจเป็นมังสวิรัติก็ได้ โดยมักเสิร์ฟพร้อมข้าวหรือขนมปัง
อ้างอิง:
https://www.arlene.world/blog-posts/who-invented-kebabs

