ถ้าพูดถึงพระพุทธบาท ผู้คนส่วนใหญ่อาจจะนึกถึงพระพุทธบาทที่เล่ากันว่าเป็นของจริงที่จังหวัดสระบุรีกันเป็นส่วนใหญ่ แต่จริง ๆ แล้วคติการบูชาพระพุทธบาทนั้นเป็นคติที่มีความกว้างขวางในหมู่ประเทศที่นับถือศาสนาพุทธหลายประเทศ และพบความนิยมในการสร้างพระพุทธบาทจำลองขึ้นมาเพื่อบูชากันอย่างแพร่หลาย เช่นเดียวกันกับที่วัดราชคฤห์เองที่มีการจำลองพระพุทธบาทขึ้นมาในสมัยรัชกาลที่ 1 โดยไม่ใช่การจำลองแบบธรรมดา แต่เป็นการจำลองสภาพแวดล้อมที่ชวนให้นึกถึงเขาพระพุทธบาทขึ้นมาเลยทีเดียว
พระพุทธบาทวัดราชคฤห์ตั้งอยู่บนเขามอของวัด โดยเมื่อเดินดูบริเวณรอบ ๆ จะพบกับองค์ประกอบแบบที่เขาพระพุทธบาทมีหลายประการเช่น บันไดขึ้นสองฝั่งเหมือนกัน, มียักษ์สองตนยืนหน้าทางเข้าหมือนกัน, มีถ้ำสัจจพันธ์ฤๅษีเหมือนกัน เป็นต้น โดยตัวมณฑปพระพุทธบาทของที่นี่เป็นมณฑปหลังคาจตุรมุขต่างไปจากที่สระบุรี ภายในมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองคือพระพุทธบาทและพระพุทธฉายอยู่คู่กัน
ในส่วนของพระพุทธบาทนี้มีความสำคัญประการหนึ่งคือที่บริเวณมีจารึกระบุชื่อผู้สร้างและวันเดือนปีที่สร้างไว้ด้วย ซึ่งเป็นจารึกที่เพิ่งถูกพบเมื่อปี 2563 นี้เอง โดยจารึกระบุว่าสร้างขึ้นมาโดยเจ้าพระยาพระคลัง เมื่อศักราช 1161 รัชกาลที่ 1 สันนิษฐานว่าเป็นเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ผู้เขียนเรื่องสามก๊กและผู้ชนะสิบทิศ เป็นผู้สร้างโดยอ้างอิงจากการที่เจ้าพระยาพระคลัง(หน)เองเป็นผู้ที่สร้างเขามอนี้ขึ้นมา
ในส่วนของวันที่บนจารึกหลักนี้มีความคลุมเครืออยู่บ้าง โดยจากการที่ผู้เขียนได้ลงไปสำรวจพบว่าคำจารึกจารึกเป็นวัน 2 (วันจันทร์) แทนที่จะเป็นวัน 6 (วันศุกร์) อย่างที่กรมศิลปากรอ่าน ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อคำนวณปฏิทินแล้วพบว่าวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนยี่ ตรงกับวันศุกร์ที่ 10 มกราคม ปี 2342 (เถลิงศกวันสงกรานต์) หรือปี 2343 (ตามขึ้นปีใหม่สากล) จึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นความผิดพลาดในขั้นตอนการจารึกเมื่อครั้งแรกสร้าง อย่างไรก็ดีในส่วนเว็บไซต์ของทางกรมศิลปากรเองก็พลาดระบุวันเป็นวันเสาร์แทน
พระพุทธบาทวัดราชคฤห์นับว่าเป็นอีกหนึ่งปูชนียสถานสำคัญในบางยี่เรือที่น่าสนใจไม่ค่อยมีคนเดินขึ้นมาดูมากนัก โดยผู้คนส่วนใหญ่อาจจะนึกถึงหลวงพ่อนอนหงายหรือพระยาพิชัยดาบหักเป็นหลักแทน สำหรับผู้ที่สนใจเดินทางมาวัดราชคฤห์นั้นก็สามารถเดินทางมาเยี่ยมชมได้ โดยเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00 – 17.00 น.




