“ฤาษีดัดตน” ศาสตร์โยคะแห่งสยาม สืบทอดจากปราชญ์ครูสู่ประชาชน

ฤาษีดัดตน 🧘‍♂️ ไม่ใช่แค่การยืดเส้นยืดสายธรรมดา ๆ แต่นี่คือ “ศาสตร์โยคะแห่งสยาม” 📜🇹🇭✨ ที่ตกทอดมาจากเหล่าฤาษีผู้บำเพ็ญพรตในป่า 💫

.

พวกท่านไม่ได้แค่นั่งสมาธิอย่างเดียว แต่ยังคิดค้นท่าบริหารร่างกายเพื่อคลายปวด แก้เมื่อย บำบัดโรคลม โรคเส้น โรคปวดต่าง ๆ เพื่อให้สุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ 💪🧠

.

ตามตำนานดั้งเดิมมีท่าดัดตนมากถึง 127 ท่า แต่ต่อมาในสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ทรงโปรดให้คัดเลือกและกำหนดไว้ชัดเจนว่าเหลือเพียง 80 ท่า ที่จำเป็นและใช้ได้จริง 🏯

.

📍 จุดเริ่มต้นของการนำศาสตร์นี้มาสู่ประชาชน อยู่ที่ “เขาฤาษีดัดตน” บริเวณใกล้พระวิหารทิศใต้ของ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ใจกลางกรุง! พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ทรงโปรดฯ ให้รวบรวมความรู้การแพทย์แผนโบราณของไทย และสร้างรูปฤาษีดัดตนขึ้นเป็นครั้งแรก 🎨🧓 โดยเชื่อว่า “ฤาษี” คือครูใหญ่ของทุกแขนงวิชา

.

💡 เดิมทีรูปฤาษีเหล่านี้ปั้นด้วยดิน แต่เมื่อถึงปี พ.ศ. 2379 ในรัชสมัย รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดฯ ให้หล่อรูปฤาษีด้วย ชิน (โลหะผสมสังกะสีกับดีบุก) พร้อมแต่ง โคลงประกอบท่าทาง โดยมีทั้งขุนนาง ราชบัณฑิต และพระองค์เองทรงร่วมแต่งด้วย ✍️📚 โคลงเหล่านี้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลาตามศาลาราย ให้ประชาชนได้เรียนรู้ฟรี !

.

🧘‍♀️ ไม่ว่าจะเป็นท่า “ยืดเอวลดลม” “บิดตัวคลายปวด” หรือ “นวดเส้นสะบัก” ล้วนมีประโยชน์มากมาย ทั้งบำบัดโรค บำรุงกำลัง และส่งเสริมสมาธิ เรียกได้ว่าเป็นตำราแพทย์เคลื่อนไหว ที่ฝังไว้ในหินศิลป์ไทยเลยทีเดียว 🇹🇭🪨

.

✨ ปัจจุบัน ท่าฤาษีดัดตนยังคงสอนอยู่ในหลักสูตรการแพทย์แผนไทย และหลายแห่งยังใช้เป็นกิจกรรมฟื้นฟูสุขภาพในโรงพยาบาล หรือแม้กระทั่งโยคะไทยในสายตาชาวโลก