ฤาษีดัดตน
ไม่ใช่แค่การยืดเส้นยืดสายธรรมดา ๆ แต่นี่คือ “ศาสตร์โยคะแห่งสยาม” ![]()
![]()
ที่ตกทอดมาจากเหล่าฤาษีผู้บำเพ็ญพรตในป่า ![]()
.
พวกท่านไม่ได้แค่นั่งสมาธิอย่างเดียว แต่ยังคิดค้นท่าบริหารร่างกายเพื่อคลายปวด แก้เมื่อย บำบัดโรคลม โรคเส้น โรคปวดต่าง ๆ เพื่อให้สุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ ![]()
![]()
.
ตามตำนานดั้งเดิมมีท่าดัดตนมากถึง 127 ท่า แต่ต่อมาในสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ทรงโปรดให้คัดเลือกและกำหนดไว้ชัดเจนว่าเหลือเพียง 80 ท่า ที่จำเป็นและใช้ได้จริง ![]()
.
จุดเริ่มต้นของการนำศาสตร์นี้มาสู่ประชาชน อยู่ที่ “เขาฤาษีดัดตน” บริเวณใกล้พระวิหารทิศใต้ของ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ใจกลางกรุง! พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ทรงโปรดฯ ให้รวบรวมความรู้การแพทย์แผนโบราณของไทย และสร้างรูปฤาษีดัดตนขึ้นเป็นครั้งแรก ![]()
โดยเชื่อว่า “ฤาษี” คือครูใหญ่ของทุกแขนงวิชา
.
เดิมทีรูปฤาษีเหล่านี้ปั้นด้วยดิน แต่เมื่อถึงปี พ.ศ. 2379 ในรัชสมัย รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดฯ ให้หล่อรูปฤาษีด้วย ชิน (โลหะผสมสังกะสีกับดีบุก) พร้อมแต่ง โคลงประกอบท่าทาง โดยมีทั้งขุนนาง ราชบัณฑิต และพระองค์เองทรงร่วมแต่งด้วย ![]()
โคลงเหล่านี้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลาตามศาลาราย ให้ประชาชนได้เรียนรู้ฟรี !
.
ไม่ว่าจะเป็นท่า “ยืดเอวลดลม” “บิดตัวคลายปวด” หรือ “นวดเส้นสะบัก” ล้วนมีประโยชน์มากมาย ทั้งบำบัดโรค บำรุงกำลัง และส่งเสริมสมาธิ เรียกได้ว่าเป็นตำราแพทย์เคลื่อนไหว ที่ฝังไว้ในหินศิลป์ไทยเลยทีเดียว ![]()
![]()
.
ปัจจุบัน ท่าฤาษีดัดตนยังคงสอนอยู่ในหลักสูตรการแพทย์แผนไทย และหลายแห่งยังใช้เป็นกิจกรรมฟื้นฟูสุขภาพในโรงพยาบาล หรือแม้กระทั่งโยคะไทยในสายตาชาวโลก





