“C-sense Bananamaché” แบรนด์คราฟต์จากกาบกล้วย ที่ทำให้ชาวต่างชาติร้องว้าว

ใครจะไปคิดว่า “กล้วย” 🍌 ผลไม้ที่เห็นกันเกลื่อนในสวนหลังบ้าน จะกลายเป็นวัตถุดิบสุดเท่ที่ส่งตรงไปไกลถึงยุโรป ✈️

.

เบื้องหลังความปังของโปรดักต์สุดเก๋นี้ ก็คือ “พี่นุช – ปิยะนุช ชัยธีระยานนท์” อดีตสาวกรุงเทพฯ ที่ย้ายมาใช้ชีวิตแบบ slow life 🍃ในเชียงใหม่และลำพูน จนกลายเป็นผู้บุกเบิกงานคราฟต์สายธรรมชาติที่ครองใจสายรักษ์โลกมานานกว่า 15 ปี

.

🍌 จาก “C-sense” เซรามิก สู่ “C-sense Bananamaché”

เริ่มจากธุรกิจเซรามิกที่เปิดในเชียงใหม่เมื่อปี 2544 พี่นุชใช้เวลาไม่นานก็รู้ว่าเส้นทางนี้ไม่ง่าย เมื่อสินค้าจีนราคาถูกเริ่มทะลักเข้าตลาด เธอจึงหันหลังให้กับเซรามิกแบบดั้งเดิม และเลือกเปิดใจรับแรงบันดาลใจจากสิ่งรอบตัวโดยเฉพาะ “กล้วย” 🍌

.

จุดเริ่มต้นเกิดจากน้องทีมงานคนหนึ่งที่มาจากพะเยา ซึ่งบ้านเขาทำเชือกกล้วย พอส่งกระดาษกล้วยมาให้พี่นุชดูเท่านั้นแหละตาโตทันที เธอเห็นว่ามี “จุกเชือกกล้วย” 🪢 ชิ้นเล็ก ๆ ที่พอปอกออกมาแล้วสวยแปลกตา พี่นุชจึงนำทักษะการปั้นเซรามิกมาประยุกต์ กลายเป็นงานเปเปอร์มาเช่ผสมวัสดุธรรมชาติ จนได้รูปทรงเก๋คล้ายฝักถั่วที่เอาไปประกอบกับเซรามิก

.

เมื่อไปออกงานแฟร์ ผลตอบรับกลับกลายเป็นว่า คนสนใจ “ของกล้วย” มากกว่าตัวเซรามิกซะอีก! แถมลูกค้ารายแรกก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นชาวเดนมาร์ก ผู้หลงใหลในความ eco-friendly ของผลิตภัณฑ์ ♻️

.

C-sense Bananamaché ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พืชบ้านๆ อย่างกล้วยสามารถแปลงร่างเป็นของใช้สุดเก๋ ทั้งจาน ถ้วย ถาด สมุด ยันของแต่งบ้าน ที่มีทั้งดีไซน์ เอกลักษณ์ และกลิ่นอายธรรมชาติแบบสุดขีด ✨🌿

.

การทำ Bananamaché ไม่ใช่แค่เอากาบกล้วยมาแปะ ๆ แล้วกลายเป็นของสวยงาม แต่ต้อง รู้จักกล้วยให้ลึกถึงแก่นเลยทีเดียว 🍌 ต้องเข้าใจว่ากล้วยแต่ละพันธุ์ต่างกันยังไง ใช้ส่วนไหนบ้าง และต้องรู้จักฤดูกาลด้วย เพราะถ้าเก็บผิดช่วง สีสวย ๆ 🎨 ก็จะเพี้ยนหรือขึ้นราได้ง่าย

.

กว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้น ต้องเริ่มจากการลอกลำต้น เพื่อแยกกาบกล้วยออกมาทีละแผ่น ปาดกาบให้เห็นเส้นใยธรรมชาติข้างใน แล้วนำไปตากแดดแบบ no filter ใช้แสงธรรมชาติล้วนๆ ☀️

.

ช่วงปลายหนาวถึงต้นร้อน ⛅️ คือดีที่สุด เพราะไม่มีฝน ไม่ชื้น จากนั้นนำมาเก็บไว้ในโกดัง เพื่อใช้ร่วมกับโครงโมเดลแบบเปเปอร์มาเช่ โดยใช้กาวสูตรลับจากธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีใด ๆ และจบด้วยการเคลือบกันราแบบสวย ๆ ปัง ๆ

.

กล้วยทุกพันธุ์ใช้ได้ เว้นกล้วยน้ำว้า แม้เมืองไทยจะมีกล้วยสารพัดสายพันธุ์ แต่ “กล้วยน้ำว้า” ไม่ตอบโจทย์ เพราะสีไม่สวย เส้นใยเล็ก มองลวดลายไม่ชัด กลับกัน กล้วยพันธุ์อื่นกลับให้เส้นใยที่มีชีวิต มีลวดลายจากแรงลม แมลง และธรรมชาติ ที่ไม่มีสีเคมีไหนเลียนแบบได้ 🌬️🪰 ส่วนกาบกล้วยที่ไม่ได้ใช้ ก็ไม่ถูกทิ้งเปล่า เอาไปทำปุ๋ย หรือบางทีก็กลายเป็น “แกงหยวกกล้วย” ร้อน ๆ หอม ๆ 😋

.

ลวดลายแต่ละชิ้นบนสินค้าจาก C-sense เป็นงานของแท้จากธรรมชาติ ไม่มีชิ้นไหนเหมือนกัน และด้วยความเป็นงานแฮนด์เมด ควรใช้ภายในบ้านเพื่อยืดอายุ หากดูแลดี ๆ อยู่ได้นานถึง 10 ปี 😲

.

ตอนนี้ลูกค้าหลักของแบรนด์มาจากอเมริกา ฝรั่งเศส และกลุ่มประเทศแถบสแกนดิเนเวีย ที่ตื่นตัวกับเรื่องสิ่งแวดล้อมสุด ๆ จึงไม่แปลกใจที่สินค้าจาก “กล้วย” บ้านเรา จะทำให้พวกเขาถึงกับร้องว่า “Amazing” 🌍💚

.

C-sense ไม่ได้เกิดมาเพื่อแค่เพิ่มมูลค่ากล้วย แต่เกิดมาเพื่อเปลี่ยนมุมมองที่เรามีกับกล้วย จากของกินริมทางธรรมดา ให้กลายเป็นของใช้ระดับพรีเมียมที่ใคร ๆ ก็อยากมีไว้ในบ้าน 💛