ข้าวจี่ปาเต: วัฒนธรรมบาแก็ตต์ มรดกฝรั่งบนแผ่นดินอินโดจีน

ถ้าพูดถึงข้าวจี่ในความคิดของคนไทย เราอาจจะนึกถึงข้าวจี่ที่เป็นข้าวเหนี่ยวที่ปั้นเป็นก้อน ๆ แบน ๆ ทาไข่แล้วเอาไปจี่กับไฟจนมีสีเหลืองทองกัน.แต่สำหรับชาวลาวแล้ว เขาจะมีข้าวจี่ด้วยกันอยู่สองแบบ คือข้าวจี่ธรรมดาแบบที่เรา ๆ รู้จักกัน กับอีกรูปแบบหนึ่งคือข้าวจี่ปาเต ซึ่งไม่ได้หน้าตาเหมือนข้าวที่เรารู้จักกันสักนิด.วัฒนธรรมการกินขนมปังบาแก็ตต์ของชาวฝรั่งเศสดังที่เราเคยเสนอไปแล้วนั้น นับว่าไม่ได้นิยมแค่ในประเทศแม่เท่านั้น เพราะวัฒนธรรมบาแก็ตต์นี้ก็ได้เผยแพร่ไปสู่ประเทศอาณานิคม และพัฒนากลายเป็นอาหารประจำแต่ละประเทศไป เช่นข้าวจี่ปาเตในลาว บั๊ญหมี่ในเวียดนาม และนุมปังในกัมพูชา.โดยขนมปังยาว ๆ นี้ได้เดินทางมาถึงอาณานิคมอินโดจีนราวปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งเริ่มต้นที่เวียดนามก่อนที่จะแพร่ขยายเข้าสู่ลาวและกัมพูชา สันนิษฐานว่าข้าวจี่ปาเตนั้นพัฒนามาจากบั๊ญหมี่ของเวียดนาม ดังที่ปรากฏผ่านสูตรข้าวจี่เวียงจันทน์ที่พบในหลวงพระบางซึ่งมีลักษณะเนื้อสัมผัสที่คล้ายกันกับบั๊ญหมี่.สำหรับชื่อของข้าวจี่ปาเตนั้น คำว่า “ข้าวจี่” ก็คือขนมปัง ส่วนในคำว่า“ปาเต”นั้น คือชื่อของเนื้อบดที่เอามาเป็นวัตถุดิบใช้ทาหน้าบาแก็ตต์ในข้าวจี่ปาเต.ข้าวจี่ปาเตนับว่าเป็นอีกหนึ่งมรดกของอาหารจากชาติอาณานิคมที่หลงเหลือเอาไว้ในลาวและถูกพัฒนาจนกลายเป็นอาหารของตนเอง ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่อาหารของเจ้าอาณานิคมที่พำนักในลาวเท่านั้น หากแต่แพร่หลายจนกลายเป็นอาหารของชาวลาวไปด้วย.พอเข้าสู่ช่วงหลังอาณานิคม ตั้งแต่ยุคราชอาณาจักรลาวจนถึงยุคสปป.ลาว ข้าวจี่ปาเตก็ได้กลายมาเป็นอาหารเช้าจานหลักที่หากินได้ทั่วไป และกลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ผูกพันกับชาวลาวมาอย่างเนิ่นนาน

อ้างอิง:
https://www.golaos.tours/experience-khao-jee-lao-cuisine/
https://heritagetourismproject.org/…/03/Luang-Prabang.pdf