เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสแวะไปเยี่ยมเยือน ลิ้มรสอาหารโปรตุเกสกันที่ “บ้านสกุลทอง” ร้านอาหารเล็ก ๆ บนเรือนไม้ที่ตั้งอยู่ในซอยกุฎีจีน 3 ซอยเล็ก ๆ ข้างโบสถ์ซางตาครู้สที่อาจจะไม่ได้กว้างขวาง แต่ก็อบอวลไปด้วยวัฒนธรรม ตั้งแต่ร้านขนมฝรั่งกุฎีจีน พิพิธภัณฑ์ชุมชน ไปจนถึงร้านอาหารท้องถิ่น
ในวันที่เราไปเรามี “หมูซัลโม” เป็นวันที่มีอาหารจานพิเศษประจำวันซึ่งแยกมาจากชุดไฟน์ไดนิ่งของร้าน แน่นอนว่าเราไม่รอช้าสั่งมากินกัน เรื่องของหมูซัลโมนี้นับว่าแปลก เพราะถ้าเราไปสืบย้อนดูถึงที่มาของซัลโม เราจะว่าที่เรียกกันว่าซัลโมนี้มันผิดเพี้ยนไปจากชื่อดั้งเดิมเอาเสียจนไม่เหลือเค้าเดิมเลยทีเดียว
ซัลโมพบทั้งการใช้เนื้อวัวหรือเนื้อหมูเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งจะเป็นส่วนเนื้อสันที่เรียกในภาษาโปรตุกีสว่า “Lombo” ซึ่งสันนิษฐานกันว่าลอมโบนี่แหละที่เป็นที่มาของคำว่าซัลโม โดยในอดีตเป็นอาหารที่นิยมทำในช่วงวันสำคัญเช่นวันคริสต์มาส เป็นต้น เนื้อนี้จะถูกแทงให้เป็นช่องเพื่อที่จะใส่ส่วนของมันหมูซึ่งถูกหั่นเป็นเส้นแล้วคลุกเคล้าเครื่องพวกเกลือ พริกไทย ใส่เข้าไปในรูที่แทงเอาไว้ (ตอนกินก็คือได้รสสัมผัสที่แปลกดี) เนื้อนี้จะถูกเอาไปทอดนิดหน่อยพอประมาณก่อนที่จะเปลี่ยนไปเป็นการต้ม เนื้อหมูจะมีผิวนอกเป็นสีน้ำตาล เวลาเสิร์ฟจะหั่นแว่นเป็นแผ่นสวยเห็นมันหมูที่ยัดใส่เข้าไปในตอนแรก ราดซอส เสิร์ฟทั้งแบบกินกับข้าวและกินกับขนมปัง และอีกสิ่งที่เราเห็นว่าแปลกก็คือมีการเสิร์ฟคู่กับซอสพริกด้วย ซึ่งก็รสชาติอร่อยเลยทีเดียว
ถึงแม้ว่าในไทยจะเป็นที่เดียวที่เรียกว่าซัลโม แต่เจ้าอาหารจานนี้ก็ยังปรากฏให้เห็นอยู่ในพื้นที่อื่น ๆ ที่ชาวโปรตุเกสเดินทางไปถึงเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่นที่มาเก๊า ซึ่งมีชื่ออย่างโปรตุเกสว่า Lombo de Porco à Alentejana คำว่า alentejana นี้ เกี่ยวข้องกับภูมิภาคอาเล็งแตฌูของโปรตุเกส จึงสันนิษฐานกันว่าน่าจะเป็นพื้นที่ที่ให้กำเนิดอาหารจานนี้ขึ้นมานี่เอง
กุฎีจีน นับว่าเป็นอีกหนึ่งย่านที่มีความหลากหลายของวัฒนธรรม ซึ่งแต่ละวัฒนธรรมก็ยังคงรักษาอัตลักษณ์และของดีของเด็ดของชุมชนเอาไว้ด้วย นี่จึงเป็นอีกหนึ่งย่านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีอะไรหลาย ๆ ให้สำรวจ ตลอดจนเป็นอีกย่านที่มีวัฒนธรรมอาหารที่น่าสนใจอีกด้วย
.
#จานโปรด#หมูซัลโม#ซัลโม#กุฎีจีน#กรุงเทพ#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ

