วุ้นมะพร้าว ผลผลิตจากนักวิทย์ที่ชาวฟิลิปปินส์ภาคภูมิใจ

ผลึกวุ้นสีใส เคี้ยวหนุบหนับที่พบเห็นได้ตามสำรับของหวานต่าง ๆ ตั้งแต่รถเข็นขายไอศกรีมกะทิข้างทาง ไปจนถึงร้านของหวานเจ้าดัง เครื่องเคียงและท็อปปิ้งที่เราพบเห็นกันมาอย่างยาวนานนี้ แท้จริงแล้วมันมาจากไหน? และมีที่มาอย่างไรกันนะ แล้วรู้หรือไม่ว่าวุ้นมะพร้าวแต่ดั้งแต่เดิมไม่ได้เอาน้ำมะพร้าวมาผสมผงวุ้น?
.
วุ้นมะพร้าว แน่นอนว่าต้องมาจากประเทศที่มีการปลูกมะพร้าวอย่างเป็นล่ำเป็นสัน และมีสภาพภูมิประเทศเขตร้อนที่เอื้อต่อการปลูกมะพร้าว ซึ่งต้นกำเนิดของวุ้นมะพร้าวนี้ก็อยู่ในอาเซียนของเรานี้เอง โดยเกิดการประดิษฐ์ครั้งแรกในประเทศหมู่เกาะอย่าง “ฟิลิปปินส์”
.
เมื่อราวปี 1949 นักวิทยาศาสตร์และนักเคมีหญิงนาม Teódula Kalaw África ได้เขียนงานวิจัยและคิดค้นผลิตภัณฑ์แปรรูปสุดพิเศษนี้ขึ้นมาด้วยกระบวนการหมักแบคทีเรีย โดยเธอทำงานอยู่ในสมาคมมะพร้าวแห่งชาติฟิลิปปินส์ (NACOCO) ซึ่งเป็นองค์กรรัฐที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลและส่งเสริมการปลูกมะพร้าวในฐานะของพืชอุตสาหกรรมในฟิลิปปินส์ เธอเรียกเจ้าผลิตภัณฑ์ที่เธอคิดค้นนี้ว่า “นาตา เดอ โคโค่” (Nata de coco)
.
การเกิดขึ้นมาของวุ้นมะพร้าวนี้ เธโอดูล่า คิดค้นขึ้นมาเพื่อที่จะใช้มะพร้าวเป็นตัวแทนของสับปะรด ผลไม้ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากก่อนที่ผู้คนจะหันมาบริโภคมะพร้าวกัน โดยมีเมนูยอดนิยมที่ชื่อว่า “นาตา เดอ ปิญ่า” ซึ่งเป็นวุ้นสับปะรดที่กินกันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 โดยนาตา เดอ ปิญ่าเป็นอาหารที่มีความต้องการซื้อสูง แต่อัตราการผลิตนั้นไม่เพียงพอ เธโอดูล่าจึงอยากที่จะผลักดันให้มะพร้าวที่ตนเองทำงานอยู่ด้วยให้สามารถมาทดแทนสับปะรดได้ และนั่นก็นำมาสู่การคิดค้น นาตา เดอ โคโค่นั่นเอง
.
วิธีการทำวุ้นมะพร้าวนั้นเกิดจากการหมักน้ำมะพร้าวกับแบคทีเรีย เพื่อให้เกิดเป็นเซลลูโลสขึ้นมา ซึ่งกว่าที่วุ้นมะพร้าวจะถูกเผยแพร่ก็หลังจากการคิดค้นของเธโอดูล่าไปแล้ว 5 ปี มีการสอนให้เกษตรกรเรียนรู้วิธีทำขาย จนสามารถขึ้นมาแทนที่นาตา เดอ ปิญ่าได้ราวช่วงทศวรรษที่ 1970s และถูกเผยแพร่จนได้รับความนิยมไปทั่วเอเชีย และกลายเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมอาหารสำคัญที่ฟิลิปปินส์ส่งออกมาให้กับภูมิภาคแห่งนี้
.
อ้างอิง:
https://www.esquiremag.ph/…/teodula-kalaw-africa-nata…