ลพบุรี นับว่าเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีการหยิบยกเอาตำนานเรื่องราวของรามเกียรติ์มาผูกโยงเข้ากับสถานที่ต่าง ๆ เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเขาสมอคอนก็ดี เรื่อยมาจนถึงเรื่องราวของ “เขาวงพระจันทร์”
.
เขาวงพระจันทร์ จังหวัดลพบุรี เป็นอีกหนึ่งภูเขาที่สำคัญของจังหวัด โดยมีคติเชื่อมโยงกับเรื่องราวที่อิงจากรามเกียรติ์ถึง “ท้าวกกขนาก” หรือ “ท้าวอุณาราช”
.
ตามเนื้อหาดั้งเดิมของรามเกียรติ์ ท้าวอุณาราชแต่เดิมเป็นเทวดาบนสวรรค์ ทว่ากลับเกียจคร้านจึงถูกพระอิศวรสาปให้ลงมาเป็นยักษ์และมีชีวิตเป็นอมตะไม่มีวันตาย ซึ่งก็ไม่ทราบได้ว่าเป็นพรหรือคำสาปกันแน่ เพราะคำสาปดังกล่าวทำให้ท้าวอุณาราชเป็นตัวละครฝ่ายยักษ์ที่มีฤทธิ์มาก และได้มีโอกาสต่อกรกับพระรามด้วย ซึ่งพระรามก็สู้ไม่ชนะสักที กระทั่งมีฤๅษีมาบอกพระรามให้ใช้ต้นกกทำเป็นศรและแผลงตรึงท้าวอุณาราชเอาไว้แทน
.
พอพระรามกับท้าวอุณาราชสู้กันใหม่อีกรอบหนึ่ง ท้าวอุณาราชก็ถูกศรต้นกกของพระรามตรึงเอาไว้กับหินผาไปไหนไม่ได้ ไม่เพียงเท่านั้น พระรามยังสาปซ้ำให้มีไก่ 1 ตัวพร้อมกับมียามชื่อนนทรีคอยเฝ้าเอาไว้ ถ้าศรต้นกกขยับเขยื้อนออก นนทรีก็จะเอาค้อนตอกศรต้นกกให้ตรึงแน่นขึ้น ทรมานอยู่อย่างนั้นเรื่อยมา
.
อย่างไรก็ดี คติของท้าวอุณาราชหรือท้าวกกขนากที่พบในลพบุรีนี้ พบว่ามีการเสริมเนื้อหาให้เอนเข้ามาในเรื่องของศาสนาพุทธขึ้นด้วย โดยให้ศรกกนั้นตรึงท้าวกกขนากเอาไว้ที่เขาวงพระจันทร์แห่งนี้จนกว่าพระศรีอาริย์จะเสด็จมาตรัสรู้ พร้อมกับให้คนที่ตอกศรเป็นหนุมานแทน ซึ่งจะมาในยามที่ไก่ที่คอยเฝ้าได้ขันเรียกในทุก ๆ 3 ปี โดยระหว่างนี้ นางศรีพระจันทร์หรือนางนงประจันทร์ ธิดาของท้าวกกขนาก จึงมาอยู่ดูแลบิดาอยู่เสมอ
.
ต่อมาเมื่อเวลาผ่านไป นางศรีพระจันทร์ยังคงเฝ้ารอพระศรีอาริย์จนเกิดความทุกข์โศก และเสียชีวิตลงบนภูเขาแห่งนั้น ภูเขาลูกนี้จึงได้รับการเรียกขานว่า “เขาวงพระจันทร์” ตามตำนานที่สืบต่อกันมา
.
แม้เรื่องราวของท้าวกกขนากจะเป็นตำนาน แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาและจินตนาการของผู้คนในอดีต ที่ใช้เรื่องเล่าอธิบายความเป็นมาของสถานที่ รวมถึงเชื่อมโยงความศรัทธาทางศาสนา วรรณคดี และวิถีชีวิตของชาวลพบุรีเข้าด้วยกัน จนทำให้เขาวงพระจันทร์กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีมนต์เสน่ห์ทางวัฒนธรรมของไทย

