“เซี่ยวกาง” เป็นชื่อเรียกของทวารบาลอย่างหนึ่งที่พบในศิลปกรรมไทย อันมีส่วนผสมผสานระหว่างทวารบาลแบบจีนกับทวารบาลแบบไทยเข้าด้วยกัน กลายเป็นภาพของทวารบาลในเครื่องแต่งกายสวมชฎาแบบไทย ทว่ามีหน้าตาที่ดูเป็นจีนหนวดเครายาว
ทวารบาลเซี่ยวกาง ที่โด่งดังก็มีอยู่หลายที่ หนึ่งในนั้นก็คือเซี่ยวกางที่วัดบวรนิเวศ ที่มาพร้อมกับถุงกาแฟแขวนไว้ราวกับแก้บน แต่อะไรกันที่ทำให้ทวารบาลของที่นี่ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมามากถึงขนาดนี้กัน?
เซี่ยวกางวัดบวรนิเวศที่เรากล่าวถถึงนี้ ยืนปกปักษ์อยู่ที่ประตูทางเข้าเขตพุทธาวาสด้านทิศเหนือ มีทั้งคู่นอกและคู่ใน ซึ่งความโด่งดังของเซี่ยวกางที่นี่ก็คือในอดีตเป็นเซี่ยวกางปากดำ ซึ่งย้อนไปในสมัยรัชกาลที่ 3 คนจีนนิยมสูบฝิ่นกันเป็นอย่างมาก แล้วเกิดความเชื่อในการขอพรแล้วนำฝิ่นมาแก้บนเอาไปป้ายที่ปากของเซี่ยวกาง ซึ่งก็มีมานาน ดังที่ปรากฎในบันทึกของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่ากันอีกว่าเคยมีชาวจีนสมัยก่อนมาสูบฝิ่นแล้วช็อกตายอยู่ตรงเซี่ยวกางนี้ ยิ่งสร้างภาพของความศักดิ์สิทธิ์ในฐานะของสถานที่ที่มีวิญญาณสิงสถิตอยู๋เข้าไปใหญ่
อย่างไรก็ดี การประกาศแบนฝิ่นในสมัยรัชกาลที่ 3 ก็ได้ทำให้ธรรมเนียมนี้เบาบางลงไปบ้าง แต่กว่าฝิ่นจะหายไปจริง ๆ ก็เข้าสู่สมัยรัฐบาลของจอมพลสฤษฎิ์ ธนะรัชต์ ทำให้การถวายแก้บน เปลี่ยนจากฝิ่นมาเป็นของดำอย่างอื่น นั่นก็คือ “กาแฟดำ” หรือโอเลี้ยงนี่เอง
ด้วยเหตุนี้ ทำให้ถุงโอเลี้ยงยังคงเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ใกล้กับเซี่ยวกางในวัดบวรฯ แห่งนี้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

