“น้ำส้มสายชู” นับว่าเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่อยู่คู่ครัวของใครหลายคนมาอย่างยาวนาน แถมยังสามารถใช้งานได้สารพัดประโยชน์ทั้งทำอาหารและกำจัดคราบ อย่างไรก็ดี ที่จังหวัดลพบุรีนี้ ก็เล่ากันเป็นตำนานในอดีตว่าห้ามเอาน้ำส้มสายชูเข้ามายังเมืองละโว้แห่งนี้ แต่ทำไมถึงห้ามล่ะ?
.
ลพบุรีเป็นเมืองที่โดดเด่นในเรื่องของการนำ “รามเกียรติ์” มาเป็นส่วนหนึ่งของเมือง ตำนานเมืองลพบุรีนี้ เชื่อว่าเป็นเมืองที่พระรามปูนบำเหน็จให้หนุมานมาครองเมือง ส่วนเรื่องราวของน้ำส้มสายชูนี้ มันเชื่อมโยงกับตำนานเขาวงพระจันทร์ด้วย
.
เรื่องมีอยู่ว่าในตอนท้ายของรามเกียรติ์ ได้มียักษ์ตนหนึ่งชื่อว่าท้าวกกขนากหรือท้าวอุณาราช เป็นยักษ์อมตะ มีชีวิตอยู่ชั่วกัลปาวสาน ซึ่งก็ได้มารบกับพระราม สู้กันไม่รู้แพ้รู้ชนะสักทีหนึ่ง กระทั่งมีฤๅษีกระซิบบอกให้พระรามใช้ต้นกกทำเป็นศรแผลงใส่ท้าวกกขนากตรึงไว้กับหินผาแล้วสาปว่าจะคลายก็ต่อเมื่อพระศรีอาริย์เสด็จมา แล้วให้ไก่มาคอยเฝ้า ซึ่งทุก 3 ปี ศรกกนี้จะเขยื้อน ไก่ก็จะขันเรียกให้หนุมานเอาค้อนมาตอกตรึงให้แน่นเหมือนเดิม
.
ตลอดช่วงเวลาที่ท้าวกกขนากถูกตรึงอยู่นี้เอง บุตรีของท้าวกกขนากคือนางนงประจันทร์ (ผู้เป็นที่มาของชื่อเขาวงพระจันทร์) ก็ได้มาคอยปรนนิบัติดูแลพ่อของตน แล้วก็ล่วงรู้มาว่าหากราดน้ำส้มสายชูจะทำให้ศรกกนั้นหลุดออกมา ซึ่งเรื่องเล่าในส่วนนี้เองที่นำมาสู่ตำนานห้ามเอาน้ำส้มสายชูเข้ามายังลพบุรี เพราะกลัวว่าจะทำให้ท้าวกกขนากฟื้นกลับคืนมานั่นเอง
.
อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันนี้ความเชื่อเรื่องห้ามนำน้ำส้มสายชูเข้าลพบุรีก็เลือนหายมาเป็นเวลานานแล้วเหมือนกัน แถมยังมีของฝากท้องถิ่นอย่าง “เห็ดวุ้นน้ำมะพร้าว” ที่มีการใช้น้ำส้มสายชูหมักอีกต่างหาก ซึ่งนี่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนไปของความเชื่อในสังคมได้อีกทางหนึ่ง

