งานพระเมรุมาศล้นเกล้ารัชกาลที่ 1หน้าตาเป็นอย่างไร?

ในวันที่ 27 เมษายน นับว่าเป็นอีกหนึ่งวันที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมายในอดีต หนึ่งในนั้นก็คือเป็นวันที่เริ่มต้นงานพระเมรุมาศ ถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ผู้เป็นปฐมกษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นงานพระเมรุมาศงานแรกของกรุงเทพมหานคร แต่ก็เป็นงานใหญ่ที่มีบันทึกเอาไว้เหมือนกัน

เนื่องในบรรยากาศของช่วงสัปดาห์ฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ และช่วงงานพระเมรุมาศที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีนี้ เราเลยอยากจะพาย้อนไปดูงานพระเมรุมาศที่จัดขึ้นเมื่อครั้งแผ่นดินก่อนกันสักหน่อย
.
ในงานพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช นับว่าเป็นงานพระเมรุมาศตามแบบโบราณราชประเพณีครั้งที่ 4 ในกรุงรัตนโกสินทร์ โดยก่อนหน้านี้มีงานพระเมรุมาศสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกงานหนึ่ง สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดีงานหนึ่ง สมเด็จเจ้าฟ้าหญิง กรมพระศรีสุดารักษ์งานหนึ่ง และสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทอีกงานหนึ่ง โดยงานสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ นี้ มีบันทึกถึงเฉพาะในส่วนตอนทรงให้จัดทำพระเมรุไปจนเชิญพระบรมอัฐิเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง

พระเมรุมาศของล้นเกล้ารัชกาลที่ 1 นั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดให้ไปเกณฑ์หัวเมืองต่าง ๆ ให้เสาะหาไม้ต่าง ๆ ส่งเข้ามายังกรุงเทพมหานครเพื่อดำเนินการสร้างพระเมรุ โดยสร้างจนแล้วเสร็จในฤดูแล้ง ต้นปีมะแมตรีศก (2354) เป็นพระเมรุใหญ่เต็มอัตรา เสาสูงถึง 1 เส้น ขื่อยาวถึง 7 วา และมีความสูงตลอดถึงยอดเมรุทั้งหมด 2 เส้น และมีพระเมรุทองทั้งอยู่ชั้นในของพระเมรุใหญ่สูงอีก 10 วา (เป็นเมรุ 2 ชั้น ตามแบบโบราณราชประเพณี) อีกทั้งยังมีเมรุทิศรอบนอกอีกอยู่ทั้ง 8 ทิศของพระเมรุ

ในเรื่องของมหรสพในงานก็มีทั้งโรงรำมากถึง 15 โรง อยู่ระหว่างระทา (แบบที่เห็นในภาพของโพสต์นี้) แล้วยังมีมหรสพกายกรรมคือ “ลวด 4 หก 4 แพน 4” (หมายถึงไต่ลวด หกคะเมน และรำแพน อย่างละ 4) มีโขน ละคร งิ้ว อย่างละ 2 โรง มีโขนโรงใหญ่ 1 โรง แล้วก็มีกายกรรมอื่น ๆ ประปราย คือ “ไม้ลอย ลวดเลว ลวดลังกา นอนร้านหอก ร้านดาบ คาบค้อน บ่วงพวง บ่วงเพลิง” ซึ่งโรงมหรสพเหล่านี้ตั้งอยู่ตั้งแต่ป้อมมณีปราการ (แยกท้ายวัง วงเวียน รด.) ขึ้นมาตามถนนจนถึง “สะพานกรงวังหน้า” หรือสะพานเสี้ยวบริเวณใกล้ ๆ กับสะพานผ่านพิภพลีลาในปัจจุบัน
.
ในการพระเมรุมาศ เริ่มต้นโดยการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุแห่ไปยังพระเมรุมาศแล้วมีการสมโภชพระบรมสารีริกธาตุ ก่อนที่วันรุ่งขึ้นจะเริ่มอัญเชิญพระบรมศพล้นเกล้ารัชกาลที่ 1 ขึ้นพระยานมาศสามลำคานที่เพิ่งสร้างขึ้นในการพระเมรุมาศครั้งนั้น (และยังคงใช้พระยานมาศนี้ในการพระบรมศพมาจนถึงปัจจุบัน) แห่ไปยังพระมหาพิชัยราชรถที่ถนนสนามไชยแล้วแห่กระบวนอย่างยิ่งใหญ่ไปที่พระเมรุมาศ

เมื่อถึงพระเมรุมาศก็ได้เชิญพระบรมศพขึ้นพระยานมาศแห่เวียนรอบเมรุก่อนที่จะขึ้นเกรินบันไดนาคที่คิดค้นโดยกรมหลวงพิทักษมนตรี (ซึ่งเกรินบันไดนาคนี้ใช้ต่อเนื่องในการพระบรมศพมาจนถึงปัจจุบัน) เมื่อตั้งเครื่องสูงต่าง ๆ เสร็จแล้วพระสงฆ์ราชาคณะถานานุกรมสดัปกรณ์และพระสงฆ์สวดพระอภิธรรมที่เมรุทิศ เมื่อล้นเกล้ารัชกาลที่ 2 ทรงเสด็จบำเพ็ญพระราชกุศลสำเร็จแล้วก็เสด็จออกพลับพลา พร้อมมีพระราชดำรัสสั่งให้ทิ้งทาน (โปรยทาน) ทั้งแปดทิศ
.
งานสมโภชพระบรมศพจัดขึ้นนาน 7 วัน 7 คืน แล้วถึงมีการถวายพระเพลิง แล้วจึงอัญเชิญพระบรมอัฐิในวันรุ่งขึ้น แล้วอัญเชิญพระอังคารทรงเรือพระที่นั่งออกไปลอยอังคารที่หน้าวัดปทุมคงคา ส่วนพระบรมอัฐิก็มีการสมโภชอีก 3 วัน 3 คืน ก่อนอัญเชิญเข้าไปบำเพ็ญพระราชกุศลอีก 4 วัน 4 คืน สิริรวม 7 วัน จึงแล้วเสร็จและอัญเชิญพระบรมอัฐิไปประดิษฐานไว้ในหอพระธาตุมณเฑียร ในพระบรมมหาราชวัง
.
จากเหตุการณ์งานพระเมรุมาศล้นเกล้ารัชกาลที่ 1 ที่กล่าวไป เราจะเห็นได้ถึงการสร้างสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาหลายอย่างนอกเหนือจากงานพระเมรุมาศก่อนหน้า ซึ่งการสร้างสิ่งใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นมาในงานพระเมรุมาศครั้งนี้ ทั้งพระยานมาศสามลำคาน และเกรินบันไดนาค ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งที่สืบทอดต่อมาในงานพระเมรุมาศสมัยหลังด้วย
.
#สุดโปรด#ประวัติศาสตร์#วันนี้ในอดีต#งานบรมศพ#พระเมรุมาศ#รัชกาลที่1#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ