สลากภัตวัดเบญฯ ปราสาทผึ้งวัดปทุมฯ ประเพณีต่างภาคกับวัดกลางมหานคร

ในแต่ละภูมิภาคของไทยเราเองก็มีประเพณีต่าง ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์และสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น แต่ในขณะเดียวกัน คนต่างภาคเองก็เดินทางย้ายเข้ามาในกรุงเทพมหานครแห่งนี้มาอย่างยาวนาน

.

การคิดถึงบ้าน คิดถึงประเพณีท้องถิ่นก็ย่อมปรากฏให้เห็นขึ้นมา ก่อให้เกิดการมีอยู่ของวัฒนธรรมต่างภาคในมหานครแห่งนี้ ตัวอย่างสำคัญที่พบเห็นได้ในช่วงนี้ก็มีตั้งแต่สลากภัตวัดเบญจมบพิตร มาจนถึงแห่ปราสาทผึ้งวัดปทุมวนาราม

.

งานสลากภัตวัดเบญจมบพิตรเพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า โดยเป็นประเพณีชาวเหนือที่ปรากฏอยู่ในกรุงเทพมหานครมานานหลายสิบปีโดยมีบันทึกครั้งเก่าสุดอยู่ในปี 2509 โดยเหตุสำคัญที่ว่าทำไมต้องเป็นวัดเบญจมบพิตรนั้น ก็เนื่องมาจากความผูกพันของวัดแห่งนี้กับชุมชนชาวเหนือในกรุงเทพตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ 5

.

การรวมอำนาจมาไว้ที่ศูนย์กลางในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการแพร่อิทธิพลเข้าไปยังล้านนาหลัก ๆ ก็ผ่านการศึกษาและการศาสนา โดยในทางศาสนานี้ก็คือการเผยแผ่ธรรมยุติกนิกายเข้าไปในล้านนา แต่ได้รับการต่อต้านอย่างหนัก จึงเกิดการส่งพระมหานิกายอย่าง “พระธรรมวโรดม” เจ้าคณะรองฝ่ายใต้วัดเบญจมบพิตร ขึ้นไปปกครองเป็นเจ้าคณะมณฑลพายัพแทน และมีการแบ่งปกครองเจ้าธรรมยุติกนิกายกับพระมหานิกายอย่างชัดเจน ก่อนที่ต่อมากิจการของพระธรรมยุติกนิกายจะมาสู่การดูแลของพระธรรมวโรดมด้วย และมีการส่งพระสงฆ์ล้านนาเข้ามาศึกษาอยู่ที่วัดเบญจมบพิตรตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

.

ความสัมพันธ์ของพระล้านนากับวัดเบญจมบพิตรนี่เองที่เริ่มก่อร่างสร้างเป็นเครือข่ายและเริ่มมีชาวล้านนาในกรุงเทพหมั่นแวะเข้ามาทำบุญกับพระสงฆ์ที่เป็นชาวล้านนาเหมือนกัน เกิดการนำเอาประเพณีจากล้านนามาและเกิดตานก๋วยสลาก หรือสลากภัตขึ้นมาที่วัดเบญจมบพิตรแห่งนี้นี่เอง

.

นอกเหนือจากสลากภัตวัดเบญจมบพิตรแล้ว การแห่ปราสาทผึ้งที่วัดปทุมวนารามเองก็มีลักษณะที่ใกล้เคียงกัน ก็คือความผูกพันของชุมชนชาวลาวกับพระในวัดปทุมวนาราม ซึ่งที่วัดปทุมวนารามนี้ แม้จะมีประวัติการรื้อฟื้นเมื่อปี 2554 แต่จริง ๆ แล้วมีประวัติมาก่อนหน้านั้นอีกก่อนที่จะละเลิกไปจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี 2487

.

ประเพณีแห่ปราสาทผึ้งวัดปทุมวนารามนี้ สันนิษฐานว่าเกิดขึ้นมาตั้งแต่ครั้งสร้างวัด เนื่องจากบริเวณพื้นที่นี้เป็นชุมชนชาวลาวที่ถูกกวาดต้อนมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ครั้นเมื่อสร้างวัดปทุมวนารามขึ้นมาก็ได้มีการอัญเชิญพระสายน์ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลปะลาวมาจากวัดเขมาภิรตารามมาประดิษฐานเป็นพระประธานของวัด

.

วัดปทุมวนารามจึงเป็นวัดที่มีความผูกพันกับชุมชนชาวลาวและอีสานในกรุงเทพมหานครมากอีกวัดหนึ่ง ตลอดจนมีพระเกจิอาจารย์และพระจากอีสานเข้ามาศึกษาที่วัดปทุมวนารามด้วย การสืบสานประเพณีแห่ปราสาทผึ้งที่วัดปทุมวนารามนี่เอง

.

ตัวอย่างทั้งกรณีของวัดเบญจมบพิตรและวัดปทุมวนารามก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งการหวนถึงบ้านเกิดของชุมชนคนต่างภาคในกรุงเทพมหานคร ผู้ที่จากบ้านมาด้วยเหตุผลที่ต่างกันและยังคงคิดถึงบ้านอยู่ไม่รู้คลาย โดยประเพณีต่าง ๆ เหล่านี้ก็เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางกระแสท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในกรุงเทพมหานครและจะกลายเป็นประเพณีใหญ่ที่ถูกสืบทอดต่อไปอีกเรื่อย ๆ ในอนาคต

.

เรียบเรียงโดยสุดโปรด by Bangkok Bank