เคยสังเกตไหมว่า…เบื้องหลังฉากสำคัญในซีรีส์ “ทนายปีศาจ” ไม่ได้ถูกเลือกมาแบบบังเอิญ
.
ในฉากที่ “อนันต์” (กบ – ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) นายตำรวจใหญ่ สนทนากับ “ฤทธิ์” (ต้อม – พลวัฒน์ มนูประเสริฐ) ผู้พิพากษาผู้ยึดมั่นในหลักความยุติธรรม มีจิตรกรรมฝาผนังเรื่อง “มารผจญ” ปรากฏอยู่ด้านหลังราวกับกำลังร่วมเล่าเรื่องไปพร้อมกับตัวละคร
.
จิตรกรรมที่เห็นในซีรีส์อยู่ภายใน วัดทองธรรมชาติ วรวิหาร วัดโบราณริมแม่น้ำเจ้าพระยา เดิมมีชื่อว่า “วัดทองบน”สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ก่อนจะได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 1 และรัชกาลที่ 3
.
จิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถเป็นผลงานของช่างไทยในสมัยรัชกาลที่ 3 เขียนด้วยสีฝุ่นบนพื้นดินสอพอง ตามแบบจิตรกรรมไทยประเพณี จุดเด่นคือการเล่า พุทธประวัติ อย่างละเอียด สอดคล้องกับคัมภีร์ ปฐมสมโพธิกถา และจัดเรียงเรื่องราวต่อเนื่องเป็น 14 ห้องภาพ รอบพระอุโบสถ
.
ภาพที่ปรากฏในซีรีส์คือจิตรกรรมด้านหน้าพระประธาน ระหว่างช่องประตู เหนือภาพ โทณพราหมณ์แบ่งพระบรมสารีริกธาตุเป็นภาพ พระแม่ธรณีบีบมวยผม ในตอน “มารผจญ”
.
เรื่องราวกล่าวถึงช่วงเวลาที่ พญาวสวัตตีมาร นำกองทัพมารมาขัดขวางพระสิทธัตถโคดมขณะประทับใต้ต้นโพธิ์ ก่อนตรัสรู้ พร้อมท้าทายให้หาพยานมายืนยันว่าพระองค์มีสิทธิ์ประทับบนรัตนบัลลังก์แห่งนั้น
.
เมื่อไม่มีผู้ใดกล้าเป็นพยาน พระองค์จึงทรงอัญเชิญ พระแม่ธรณี ให้เป็นพยานแห่งบุญบารมี พระแม่ธรณีจึงปรากฏกายและบีบมวยผมให้น้ำหลั่งไหลพัดพากองทัพมารจนแตกพ่าย
.
แม้จะเป็นพุทธประวัติที่คนไทยคุ้นเคย แต่แก่นแท้ของเรื่อง กลับไม่ได้หมายถึงการต่อสู้กับปีศาจภายนอก หากหมายถึง “มาร” หรือกิเลสในใจมนุษย์ ที่คอยขัดขวางไม่ให้เราทำสิ่งที่ถูกต้อง
.
เมื่อมองย้อนกลับไปยังฉากใน “ทนายปีศาจ” จะเห็นว่าจิตรกรรมฝาผนังไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบของภาพ แต่เป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนความขัดแย้งภายในใจของตัวละคร และตอกย้ำคำถามสำคัญว่า…ในวันที่ต้องเลือกระหว่างอำนาจ ความถูกต้อง และกิเลสในใจ มนุษย์จะเอาชนะ “มาร” ของตัวเองได้หรือไม่
.
รายละเอียดเล็ก ๆ แบบนี้เอง ที่ทำให้ฉากหนึ่งในซีรีส์ กลายเป็นการเชื่อมโยงระหว่างศิลปะ ประวัติศาสตร์ และหลักธรรมได้อย่างงดงาม

