ถ้าเสียงดนตรีกันตรึมคือเสียงที่ชวนให้เราโยกตัวตาม จังหวะที่คึกคักนั้นก็มี “เสียงซอ” เป็นอีกหนึ่งเสียงสำคัญที่ช่วยเติมสีสันให้กับวงดนตรีพื้นบ้านของอีสานใต้
.
เครื่องดนตรีชนิดนี้เรียกว่า “ซอกันตรึม” หรือ “ตรัวกันตรึม” เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสีที่มีบทบาทสำคัญใน วงกันตรึม สืบต่อกันมาอย่างยาวนาน โดยมีรูปร่างและวิธีการบรรเลงที่คล้ายคลึงกับซอในภาคกลาง แต่มีรายละเอียดเฉพาะตัวที่สะท้อนภูมิปัญญาของคนอีสานใต้
.
หัวใจสำคัญของซอกันตรึมเริ่มต้นจากวัสดุที่หาได้รอบตัว คันทวนหรือตัวซอ ทำจากไม้หลากหลายชนิดในท้องถิ่น ส่วนกล่องเสียงขึงด้วย หนังงูเหลือม ซึ่งทำหน้าที่เป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้เกิดเสียง
.
ตัวซอมีสายโลหะจำนวน 2 สาย ขึงพาดไปตามตัวซอในลักษณะคล้ายกับซอของภาคกลาง ขณะที่การทำให้สายเกิดเสียงอาศัย คันชักที่ผูกด้วยเชือกหางม้าหรือเชือกไนล่อน แล้วใช้สีถูลงบนสายโลหะให้เกิดเสียงกังวาน
แม้โครงสร้างจะดูเรียบง่าย แต่ทุกส่วนล้วนมีหน้าที่ของตัวเอง ตั้งแต่ชนิดของไม้ หนังที่ใช้ขึงกล่องเสียง ไปจนถึงวัสดุของคันชัก ซึ่งล้วนส่งผลต่อเสียงที่เกิดขึ้น
.
ซอหนึ่งชนิด แต่มีถึง 3 ขนาด
อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของซอกันตรึมคือ ไม่ได้มีเพียงขนาดเดียว แต่สามารถแบ่งตามขนาดและวัตถุประสงค์ในการใช้งานได้ 3 ประเภท โดยแต่ละชนิดมีการเทียบเสียงแตกต่างกัน
1. “ตรัวจี้”
ซอกันตรึมขนาดเล็กที่สุด เทียบเสียงเป็น คู่ 5 ด้วยขนาดที่กะทัดรัด จึงมีลักษณะเสียงและบทบาทที่แตกต่างจากซอขนาดอื่น
2. “ตรัวเอก”
ซอขนาดกลาง เทียบเสียงเป็น คู่ 4 ถือเป็นอีกหนึ่งขนาดสำคัญสำหรับการบรรเลงในวงกันตรึม
3. “ตรัวทม”
ซอกันตรึมขนาดใหญ่ เทียบสายเป็น คู่ 5 ขนาดของตัวซอที่ใหญ่ขึ้นทำให้มีลักษณะเฉพาะในการบรรเลงและเสียงที่แตกต่างจากตรัวจี้และตรัวเอก
เมื่อซอทั้งสามขนาดถูกนำมาใช้ร่วมกับเครื่องดนตรีอื่น ๆ ในวงกันตรึม จึงช่วยสร้างมิติของเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ และทำให้บทเพลงพื้นบ้านของอีสานใต้มีเสน่ห์เฉพาะตัว
.
ซอกันตรึมเป็นเครื่องดนตรีที่ใช้สร้างเสียงประกอบการแสดง แต่ยังสะท้อน ภูมิปัญญาการเลือกใช้วัสดุจากท้องถิ่น ความเข้าใจเรื่องเสียง และวัฒนธรรมดนตรีที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น
เรียบเรียงโดย เพจสุดโปรด by Bangkok Bank

