พระพุทธชินราช ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปที่งดงามที่สุดของไทย และเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่พระมหากษัตริย์ไทยทรงให้ความเคารพศรัทธาสืบต่อกันมาหลายรัชกาล
.
หนึ่งในเครื่องสักการะอันทรงคุณค่าที่หลายคนอาจไม่เคยสังเกต คือ “สังวาล” เครื่องประดับองค์พระที่ช่วยเสริมความสง่างาม และเป็นสัญลักษณ์แห่งพระราชศรัทธาที่พระมหากษัตริย์ทรงถวายแด่พระพุทธชินราช
.
หลายคนอาจคิดว่าสังวาลที่ประดับองค์พระมีเพียงเส้นเดียว แต่ความจริงแล้ว พระพุทธชินราชมีสังวาลทั้งหมด 4 สาย เพียงแต่ปัจจุบันประดับองค์พระเพียง 1 สาย ส่วนอีก 3 สายเก็บรักษาและจัดแสดงอยู่ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระพุทธชินราชจังหวัดพิษณุโลก
.
การถวายสังวาลถือเป็น “อามิสบูชา” หรือการถวายสิ่งอันทรงคุณค่าเพื่อแสดงความเคารพและพระราชศรัทธา ตามโบราณราชประเพณี พระมหากษัตริย์จึงทรงถวายเครื่องประดับ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และสังวาลแด่พระพุทธชินราชเมื่อเสด็จมาสักการะ
สังวาลทั้ง 4 สาย มีที่มาอย่างไร?
สายที่ 1 – สร้างในสมัย รัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2444) ทำจากทองแดงกะไหล่ทอง ประดับกระจก มีดอกสังวาล 33 ดวง
สายที่ 2 – สร้างในสมัย รัชกาลที่ 8 (พ.ศ. 2478) ทำจากทองแดงกะไหล่ทอง ประดับพลอยสี ปัจจุบันเหลือ 30 ดวง เนื่องจากชำรุด
สายที่ 3 และ 4 – สร้างในสมัย รัชกาลที่ 9 (พ.ศ. 2549–2550) เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
ทำด้วย ทองคำ ประดับพลอย ใช้เฉพาะพระราชพิธีสำคัญ อีกสายทำด้วย ทองแดงชุบไมครอนประดับพลอย ใช้เป็นสายสำรอง
.
ปัจจุบัน สังวาลทองคำในสมัยรัชกาลที่ 9 คือสายที่ประดับองค์พระพุทธชินราช ส่วนสังวาลอีก 3 สาย จัดแสดงให้ประชาชนได้ศึกษาและชื่นชมที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระพุทธชินราช
นอกจากสังวาลแล้ว ภายในพิพิธภัณฑ์ยังจัดแสดง สายสะพายนพรัตนราชวราภรณ์ และ พัดรัตนาภรณ์ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงถวายเมื่อปี พ.ศ. 2501 ซึ่งนับเป็นโบราณวัตถุชิ้นสำคัญและมีเพียงชิ้นเดียวในประเทศไทย
.
หากมีโอกาสไปเยือนพิษณุโลก อย่าลืมแวะชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระพุทธชินราช เพื่อสัมผัสโบราณวัตถุอันทรงคุณค่า และเรียนรู้เรื่องราวแห่งพระราชศรัทธาที่สืบทอดมายาวนานผ่านเครื่องสักการะอันงดงามเหล่านี้








