“ลายปะวะหล่ำ” เดิมเรียกกันว่า ลายปะหล่ำ หรือลูกกะหล่ำ ลายที่กลายเป็นเอกลักษณ์อันล้ำค่าของช่างทองเมืองเพชรมาช้านาน!
.
เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปสมัยก่อน เมื่อเมืองเพชรบุรีเต็มไปด้วยชุมชนชาวจีนที่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จน “โคมจีน” กลายเป็นของคู่บ้านคู่เมือง ช่างทองเมืองเพชรเห็นว่าโคมจีนเป็น สัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองและความสว่างไสว จึงหยิบเอามาปรับประยุกต์เป็นลวดลายทองคำจนกลายเป็น “ปะวะหล่ำ” ที่เรารู้จักกันวันนี้
.
เอกลักษณ์เด่น ๆ ของลายปะวะหล่ำอยู่ที่ “ลวดเกลียว” ที่นำมาวางคั่นระหว่างดอกจันแต่ละแถว ซึ่งช่างต้องวางเข้ารูปเข้าเหลี่ยมให้สมมาตรทุกด้าน ดูมีมิติและลงตัว และที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ เครื่องทองเมืองเพชรไม่ได้มีดีแค่ลายเดียว ช่างยังนิยมเลียนแบบธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น สัตว์ พืช หรือวัตถุมงคล มาทำเป็นเครื่องประดับหลากหลายชนิด ตั้งแต่สร้อยคอ ต่างหู จี้ สร้อยข้อมือ แหวน กำไล ไปจนถึงกระดุมและสายสะพายเข็มขัด
.
หลักฐานของเครื่องทองเมืองเพชรปรากฏมาตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่ 5 โดยช่างทองยุคนั้นล้วนมีพื้นฐานมาจากช่างเขียนหรือช่างทำทองเหลืองกันทั้งนั้น
.
แต่รู้ไหมว่า… ความลับของช่างทองเหล่านี้ ไม่เคยเปิดเผยให้คนนอก เพราะทองคำเป็นงานที่มีมูลค่าสูง ต้องใช้เวลาฝึกฝนนาน ต้องอาศัยทั้ง ความอดทน ความละเอียดอ่อน และสมาธิสูง และด้วยความประณีตนี้เอง ทำให้เครื่องทองเมืองเพชร กลายเป็นที่ยอมรับในวงกว้างจนถึงปัจจุบัน

