มาวัดกัลยาฯ ต้องไม่พลาด! ระฆังใหญ่ที่สุดในไทย

หากมีโอกาสไปสักการะ “หลวงพ่อโต” หรือพระพุทธไตรรัตนนายก ณ วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร หนึ่งในสิ่งที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือการไปชม “ระฆังใหญ่ที่สุดในประเทศไทย” ที่ตั้งตระหง่านอยู่ภายในหอระฆังริมแม่น้ำเจ้าพระยา

.

ระฆังใบนี้มีขนาดใหญ่จนต้องแหงนมอง ด้วยเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 192 ซม. และมีน้ำหนักมากถึง 13 ตัน ทำให้เมื่อเคาะหรือตีจะเกิดเสียงกังวานทุ้มลึก เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนระฆังทั่วไป

.

แต่กว่าจะกลายมาเป็นระฆังยักษ์คู่วัดกัลยาณมิตรได้ เรื่องราวเบื้องหลังไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เพราะในสมัยนั้น พระสุนทรสมาจาร (พรหม) พร้อมคณะกรรมการวัด ได้มีดำริให้สร้างระฆังขนาดใหญ่เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่หลวงพ่อโต ทว่าด้วยขนาดที่มหึมาเกินกว่าที่เทคโนโลยีการหล่อโลหะในยุคนั้นจะรองรับได้ ช่างไทยพยายามหล่ออยู่ครั้งหนึ่งแต่ไม่ประสบความสำเร็จ

.

ท้ายที่สุดจึงต้องอาศัยฝีมือของ “นายฟูจิวารา” ช่างชาวญี่ปุ่น ซึ่งต้องใช้ความพยายามหล่อถึง 3 ครั้ง กว่าจะสำเร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2474 จนกลายเป็นระฆังที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยมาจนถึงทุกวันนี้

.

สำหรับหอระฆังที่ใช้แขวนระฆังใบนี้ก็ถูกออกแบบเป็นพิเศษเพื่อรองรับน้ำหนักมหาศาล ตัวอาคารเป็นทรงจัตุรมุข มีบันไดขึ้นลงทั้ง 4 ด้าน เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2476 และแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2478 โดยชั้นล่างใช้แขวนระฆังยักษ์ ส่วนชั้นบนประดิษฐานพระพุทธรูปปางห้ามญาติ

.

นอกจากความยิ่งใหญ่ทางด้านสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์แล้ว ระฆังใบนี้ยังผูกโยงกับความเชื่อของผู้คนอีกด้วย หลายคนเชื่อว่า หากได้มากราบหลวงพ่อโตและตีระฆังใหญ่แห่งวัดกัลยาณมิตร จะช่วยส่งเสริมให้ชื่อเสียงโด่งดัง กังวานไกลดุจเสียงระฆัง อีกทั้งยังดึงดูด “กัลยาณมิตร” หรือมิตรที่ดีให้เข้ามาในชีวิต สมดังชื่อของวัดแห่งนี้