‘Mlabri’ จากป่าสู่แฟชั่น ญอกมละบริ กระเป๋าแห่งภูมิปัญญาและสายใยชาติพันธุ์

“อาเลแล” ✨ เสียงทักทายจากพี่น้องชาวมละบริ ชนเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยอยู่กลางขุนเขาของจังหวัดแพร่และน่าน สะท้อนถึงสายสัมพันธ์ลึกซึ้งกับธรรมชาติ 🍃

.

วิถีชีวิตของพวกเขาถูกถักทอเข้ากับป่าไม้ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน 🌳 ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ยารักษาโรค หรือเครื่องใช้สอย ล้วนได้มาจากป่า

หนึ่งในสิ่งล้ำค่าที่เกิดจากภูมิปัญญานี้คือ “ญอก” 🧬 กระเป๋าถักจากเถาวัลย์ป่า ที่ไม่เพียงเป็นของใช้คู่กาย แต่ยังกลายเป็นผลิตภัณฑ์ทรงคุณค่าที่ได้รับการรับรอง GI (Geographical Indication) ประจำจังหวัดน่าน

.

🥥 ‘ญอก’ กระเป๋าแห่งป่าฝน ชาวมละบริมีความเชี่ยวชาญในการเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติ เถาวัลย์ที่ใช้ถักญอกมีอยู่สองชนิด คือ ทะแปตเฆลอะ และ ทะแปตดี ซึ่งพบได้เฉพาะในช่วงฤดูฝนเท่านั้น การเลือกเถาวัลย์ต้องใช้ความชำนาญ ต้องเป็นต้นที่ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป และต้องเลื้อยอยู่บนพื้นดินเท่านั้น เพราะเถาวัลย์ที่เลื้อยบนต้นไม้มักจะขาดง่ายและใช้งานไม่ได้

.

🌟 จากเครื่องใช้สู่สมบัติภูมิปัญญา

เดิมทีญอกเป็นเพียงเครื่องใช้พื้นบ้านของชาวมละบริ ใช้ใส่สิ่งของและอาหารเวลาต้องเข้าป่า แต่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2551 เมื่อ ติ๊ก-อรัญวา ชาวพนาไพร หญิงแกร่งแห่งมละบริ ได้น้อมถวายญอกใบแรกแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภาพของเจ้าฟ้าทรงถือกระเป๋าญอกกลายเป็นแรงบันดาลใจ 👜 ให้ชุมชนเริ่มมองเห็นคุณค่าในงานหัตถกรรมของตนเอง 😍

.

🌺 ฝีมือช่าง สานฝันสู่ระดับประเทศ

ชาวมละบริรวมตัวกันก่อตั้งวิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพมละบริ พัฒนาฝีมือให้ประณีตขึ้น เพิ่มความหลากหลายของลวดลายและสีสัน โดยอาศัยการย้อมสีธรรมชาติ เช่น ใบทรอมให้สีฟ้า ขมิ้นสีเหลือง รากยอป่าสีส้ม ใบสักสีเทา เมล็ดผักปลังสีม่วง ทุกกระบวนการยังคงใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิม ตั้งแต่การฟั่นเส้นใยด้วยมือไปจนถึงการถักโดยใช้ ซาบ หรือ จวก เครื่องมือท้องถิ่นที่ส่งต่อกันมาหลายชั่วอายุคน

.

🏆 ญอก GI ของน่าน สินค้า Handmade ที่ต้องจองข้ามปี

ในปี พ.ศ. 2553 ญอกมละบริได้รับการขึ้นทะเบียน GI ของจังหวัดน่าน ตอกย้ำเอกลักษณ์ของงานหัตถกรรมที่มีเพียงหนึ่งเดียว ปัจจุบันกระเป๋าญอกผลิตได้เพียง 70 ใบต่อปี จากช่างฝีมือเพียง 22 คน เนื่องจากต้องใช้ความประณีตและอาศัยเถาวัลย์จากธรรมชาติที่หาได้เฉพาะฤดูฝน นั่นทำให้ญอกกลายเป็นสินค้าหายากที่ผู้สนใจต้องจองกันข้ามปี

.

🌸จากญอกพื้นบ้าน สู่แบรนด์ ‘อาเลแล’ ที่เกิดจากพลังของเยาวชนรุ่นใหม่ ผสานภูมิปัญญากับการออกแบบสมัยใหม่ พร้อมเสริมช่องทางการตลาดออนไลน์ ปัจจุบันได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่าง ๆ เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง ที่ช่วยต่อยอดความรู้ด้านผลิตภัณฑ์และการตลาด ทำให้ญอกมละบริกลายเป็นสินค้าที่ยกระดับเศรษฐกิจของชุมชน และยังคงรักษาจิตวิญญาณแห่งชาติพันธุ์ไว้ไม่เสื่อมคลาย