“เล้งแซ่บ” หรือ “เล้งต้มแซ่บ” ฟังดูเป็นชื่อที่ผสมผสานข้ามวัฒนธรรมอยู่เหมือนกัน ระหว่าง “เล้ง” ชื่อที่ฟังดูเป็นจีน กับ “แซ่บ” ที่เป็นศัพท์ลาว-อีสาน ได้ผสมรวมกันเป็นอีกหนึ่งอาหารจานโปรดของใครหลาย ๆ คนที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติที่โดดเด่น
.
สิ่งที่ต้องมีในเล้งแซ่บ แน่นอนว่าต้องมี “เล้ง” เล้งในที่นี้มีที่มาจากส่วนของกระดูกหมูชิ้นใหญ่ที่เรียกกันว่า “เอียเล้ง” เป็นกระดูกสันหลังหมูที่เลาะเนื้อส่วนใหญ่ออกไป เหลือเพียงเนื้อติดกระดูกเล็กน้อย เมื่อนำมาเคี่ยวจนเปื่อยจะได้น้ำซุปหวานหอมจากไขกระดูก และเนื้อนุ่มที่สามารถแคะรับประทานได้
.
เล้งนี้น่าจะเป็นที่รู้จักและนิยมในหมู่นักกินเฉพาะกลุ่มกันมาก่อน ตลอดจนเป็นส่วนสำคัญที่ใช้ทำน้ำซุปกระดูกหมูในร้านก๋วยเตี๋ยว ซึ่งส่วนของเล้งที่เหลือจากการเคี่ยวน้ำซุปนี้ก็อาจจะมีคนที่เอาไปปรุงรสด้วยวิธีอย่างการ “ต้มแซ่บ” ซึ่งเป็นอาหารประเภทต้ม คล้ายกับต้มยำของไทยภาคกลางแต่ใส่พริกแห้งและข้าวคั่วเข้าไป มีรสเปรี้ยวเผ็ด แซ่บตามแบบฉบับอาหารอีสาน
.
เล้งแซ่บนับว่าเป็นอาหารที่ดูสะท้อนถึงแนวคิดการจัดการกับอาหารเหลือเหมือนกับอาหารหลายจานอยู่บ้าง ส่วนเอียเล้งที่ในอดีตน้อยคนจะเห็นค่าถูกนำมาปรุงจนเกิดเป็นอาหารจานใหม่ขึ้นมา ซึ่งอาหารที่มีลักษณะใกล้เคียงกันนี้ ก็มี “ต้มซุปเปอร์” หรือต้มแซ่บตีนไก่นั่นเอง
.
จากอดีตที่เป็นเพียงกระดูกเคี่ยวน้ำซุป ในปัจจุบันนี้ “เล้งแซ่บ” ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งอาหารร่วมสมัยที่อยู่คู่กับวัฒนธรรมการกินในไทยของผู้คนจำนวนไม่น้อย ตลอดจนกลายเป็นอาหารที่มีชื่อเสียงที่นอกจากคนไทยแล้วก็ยังมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาลิ้มลองด้วยเหมือนกัน ชวนให้หวนคิดว่าบางครั้งวัตถุดิบที่ในอดีตหลายคนมองข้าม เมื่อถูกนำมาสร้างสรรค์ใหม่ด้วยการปรุงและการนำเสนอ ก็สามารถกลายเป็นอาหารจานโปรดขวัญใจใครหลายคนได้เหมือนกัน

