ใครจะคิดว่า“ใยตาลโตนด” ของเหลือทิ้งจากการผูกเรือประมง
จะถูกพลิกฟื้นให้กลายเป็นงานคราฟต์หรูหรา จนดังไกลระดับอินเตอร์!
.
เรื่องราวของ โหนดทิ้ง (Nodething) งานหัตถกรรมใยตาลหนึ่งเดียวของไทย ที่ยืนหยัดมากว่า 20 ปี ![]()
![]()
.
รากเหง้าของ “วิถีโหนด” ![]()
![]()
แหล่งกำเนิดของโหนดทิ้งอยู่ที่ คาบสมุทรสทิงพระ จ.สงขลา ดินแดนที่โอบล้อมด้วยอ่าวไทยและทะเลสาบสงขลา ชาวบ้านที่นี่ผูกพันกับ “ต้นโหนด” หรือ ตาลโตนด มานานกว่าร้อยปี โหนดในอดีตใช้เป็น “หมุดแบ่งนาข้าว”
ลูกโหนดทำเป็นอาหาร น้ำผึ้งตาล ผลิตภัณฑ์พื้นบ้านและที่พิเศษสุด
“ใยตาล” ที่นำมาทำเชือกผูกเรือ แข็งแรง ทนทาน แต่ถูกมองข้าม
.
จุดเริ่มจากแม่สู่ลูก ![]()
ปี 2540 ‘คุณแม่เสริญศิริ หนูเพชร’ ครูช่างศิลปหัตถกรรม (2554) ปัดฝุ่นภูมิปัญญาใยตาล สร้างกลุ่มหัตถกรรมเล็ก ๆ 10 คน ลองถักเป็นกระเป๋า หมวก ผลงานเรียบง่าย แต่คุณค่าเต็มเปี่ยม ช่วงแรก 5-6 ปี ตลาดยังไม่คึกคัก สินค้าต้องหยุดพักไว้ชั่วคราว แต่ “โหนดทิ้ง” ไม่เคยถูกทอดทิ้ง
.
ทายาทรุ่นใหม่ที่ไม่คิดทิ้ง
‘ปิง – พีระศักดิ์ หนูเพชร’ ลูกชายที่เรียนจบศิลปกรรมศาสตร์ เอกดนตรี
นิ้วเคยชินกับกีตาร์มากกว่าใยตาล แต่สุดท้ายเลือกกลับมาสานต่อ เพราะไม่อยากเห็นชาวบ้านต้องละทิ้งฝีมือที่สืบทอดมานับสิบปี เขาจึงพาแบรนด์เข้าสู่การพัฒนาใหม่ เพิ่มความประณีตในทุกขั้นตอน
ดีไซน์ร่วมสมัยมากขึ้น
ขยายสินค้ากว่า 40 รายการ ทั้งสาน-ทอ
.
ใยตาลสู่คราฟต์หรู
เสน่ห์ของใยตาลคือ ทนทานนานนับสิบปี ไม่ขึ้นรา
เมื่อนำมาผสมกับวัสดุคุณภาพ เช่น โครงไม้ตาล + หนังแท้ ผลิตออกมาเป็นกระเป๋าหลากสไตล์ ดูหรูหรา ทนทาน และมีเรื่องเล่าในทุกเส้นใย ดีไซน์ของคนรุ่นใหม่ทำให้โหนดทิ้งโกอินเตอร์
สิงคโปร์
มาเลเซีย
ญี่ปุ่น
อเมริกา
และยุโรป ![]()
.
ชุมชนที่เติบโตไปพร้อมกัน
จากกลุ่มเริ่มต้น 10 คน ปัจจุบันมี สมาชิกกว่า 50 คน ครบทุกตำแหน่งตั้งแต่ช่างทอ ช่างเย็บ ไปจนถึงเครือข่ายชุมชนร้อยชีวิตที่ร่วมกันสร้างงาน นี่ไม่ใช่แค่งานคราฟต์ แต่คือ “อาชีพที่เลี้ยงครอบครัว” และเป็น “ความภูมิใจในถิ่นเกิด” ของชาวสทิงพระ
.
เรื่องราวของโหนดทิ้งคือบทพิสูจน์ว่า ความเท่เกิดจากความภูมิใจในถิ่นเกิด เศษใยที่ถูกลืมสู่สินค้าหรูโกอินเตอร์และยังพาชุมชนเติบโตไปด้วยกัน ![]()




