ใครจะเชื่อว่า ภูมิปัญญาที่เกือบเลือนหายไปกว่า 100 ปี จะกลับมาโลดแล่นบนรันเวย์ผ้าท้องถิ่นได้อย่างสง่างาม
.
“ศรียะลาบาติก”
แบรนด์ผ้าจาก จังหวัดยะลา ที่กลายเป็นขุมพลังใหม่ในโลกของแฟชั่นที่ ย้อนอดีตและก้าวสู่อนาคตไปพร้อมกันได้ ผ่านผลงาน “ผ้าปะลางิง” อันทรงเสน่ห์ ![]()
![]()
.
จุดเริ่มต้นจากหัวใจครู สู่ผ้าผืนละตำนาน
‘ครูปิยะ สุวรรณพฤกษ์’ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ไม่ได้เพียงแค่นำ “ผ้าปะลางิง” กลับมาทำใหม่เท่านั้น แต่เลือกที่จะฟื้นชีวิต ผ้าชนิดนี้ด้วย กรรมวิธีดั้งเดิมแบบโบราณ ผสานกับการออกแบบใหม่ให้ ร่วมสมัย เข้ากับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เพราะเชื่อว่า “ผ้าไทย” ไม่ควรติดอยู่แค่ในพิพิธภัณฑ์
แต่ควร ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
.
“ปะลางิง” คืออะไร แล้วทำไมถึงพิเศษขนาดนี้?
คำตอบอยู่ที่ เทคนิคซ้อนเทคนิค บนผืนผ้าเดียว ![]()
ศรียะลาบาติกนำเทคนิคหลากหลายทั้ง พิมพ์ลาย, ย้อม, แกะไม้แม่พิมพ์ และจัดองค์ประกอบสี มาผสมผสานกันอย่างประณีต
ลวดลายแต่ละชิ้นได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้ง อาหาร, การละเล่น, สถาปัตยกรรม, ดอกไม้, สัตว์เลี้ยงประจำถิ่น และในแต่ละเดือน จะมีการออกแบบลายใหม่ถึง 4–6 ลายต่อเดือน! ไม่ซ้ำใครแน่นอน
.
ผลิตภัณฑ์ 2 สาย เรียบหรูหรือร่วมสมัยก็มีให้เลือก
ผ้าอนุรักษ์ – ผลิตแบบโบราณแท้ 100% ใช้ไม้แม่พิมพ์แกะมือ
ใช้เวลาถึง 3–4 เดือน/ผืน เหมาะสำหรับนักสะสมผ้าไทยแท้ ที่เข้าใจงานฝีมือและคุณค่า
ผ้าเชิงพาณิชย์ – ดีไซน์ให้เข้าถึงง่ายขึ้น ราคาเบาลง แต่ยังคงกลิ่นอายศรียะลาบาติก ![]()
มีลวดลายทันสมัย เช่น “กระจกสีบ้านไม้เก่า” หรือ “ลายว่าว นกเขา นกกรงหัวจุก” ที่กลายเป็นเสื้อเชิ้ตสุดเก๋ หรือผ้าคลุมไหล่สุดชิคได้เลย ![]()
![]()
.
สามสีจากแดนใต้ ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้
ศรียะลาบาติกใช้ทั้ง สีเคมีและสีธรรมชาติ แต่สีธรรมชาตินั้นคือ หัวใจ ของแบรนด์
เพราะได้จากวัตถุดิบท้องถิ่นและมาแบบ “ตามฤดูกาล” เท่านั้น เช่น
สีจากต้นศรียะลา – ต้นไม้ประจำจังหวัด ใบให้สีเหลืองเขียว เปลือกให้สีน้ำตาลแดง ฝักให้สีม่วงน้ำตาล ดอกให้สีเหลืองนวล
สีจากดอกพิกุล – ให้โทนชมพูพาสเทลละมุนละไม และยังมีกลิ่นดอกไม้ติดผ้าหลังซักอีกด้วย
สีดำจากเปลือกเงาะ – เปลือกเงาะหมักกับดินเหนียวจนได้ “สีดำสนิท” ที่ต้องการ เพราะภาคใต้มี “มะเกลือน” น้อย จึงคิดค้นวิธีเฉพาะของตัวเองขึ้นมา ![]()
.
วางแผนตั้งแต่เส้นใยจนถึงมือคนใส่
เส้นไหมจากสุรินทร์ เส้นฝ้ายจากนราธิวาสและขอนแก่น ถูกคัดสรรอย่างพิถีพิถัน
เพื่อให้เข้ากับสินค้าประเภทต่าง ๆ เช่น ฝ้ายจากนราธิวาส เหมาะกับผ้านุ่ง เพราะให้ความยืดหยุ่น ส่วนฝ้ายจากขอนแก่นจะนุ่มนิ่ม เหมาะกับผ้าพันคอ
ทั้งหมดถูกนำมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ทั้ง ผ้าคลุมไหล่ เสื้อเชิ้ต ผ้าผืน ผ้าอเนกประสงค์ โดยคำนึงถึงความยั่งยืนในทุกขั้นตอน
.
มากกว่าผ้า คือการ “ส่งต่อวัฒนธรรม” อย่างยั่งยืน
เบื้องหลังศรียะลาบาติกคือ การวางแผนตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงสินค้าสำเร็จ เพื่อควบคุมคุณภาพ ประหยัดต้นทุน และกระจายรายได้ให้กับชุมชนอย่างแท้จริง
ผ้าปะลางิงจากศรียะลาบาติกจึงไม่ใช่แค่ “ผ้า” แต่คือ มรดกวัฒนธรรมที่สวมใส่ได้ ![]()
![]()




