ถ้าพูดถึงเรือนขนมปังขิงแล้วล่ะก็ แน่นอนว่าเรามักจะนึกถึงอาคารสถาปัตยกรรมไทยที่ได้รับรูปแบบของงานตะวันตกที่เข้ามาในไทยช่วงปลายรัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา มีรูปแบบสำคัญก็คือการฉลุไม้เป็นลวดลายสวยงาม เราเข้าใจกันว่าเรือนขนมปังขิงเป็นอะไรที่เราได้รับมาจากอังกฤษแท้ ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วต้นกำเนิดของเรือนขนมปังขิงนี้ ไม่ได้มีต้นกำเนิดอยู่ในอังกฤษ หากแต่ไกลข้ามทวีปไปถึงอเมริกาเลยทีเดียว
รูปแบบของเรือนขนมปังขิงเกิดขึ้นราวทศวรรษที่ 1830s โดยกระแสฟื้นฟูกอธิคที่นิยมกันในอังกฤษยุควิกตอเรียได้เดินทางมาถึงอเมริกา ชาวอเมริกันก็ได้พยายามดัดแปลงและตีความตัวสถาปัตยกรรมเสียใหม่โดยการนำเอางานเครื่องไม้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรม กลายเป็นรูปแบบงานที่เรียกกันว่า “งานไม้กอธิค” (Carpenter Gothic) ซึ่งเป็นที่นิยมมากและงานไม้ฉลุลายก็ได้แพร่กระจายไปในหลายพื้นที่ รวมไปถึงการส่งย้อนคืนกลับไปยังเมืองในอิทธิพลอังกฤษเช่นในสิงคโปร์ และพม่า เป็นต้น
ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 การเข้ามาตั้งอาณานิคมในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของชาติตะวันตก โดยเฉพาะทางฝั่งอังกฤษซึ่งตั้งอยู่ที่พม่าในขณะนั้นได้มีการทำอุตสาหกรรมไม้สัก ซึ่งไม่ได้ทำแค่ในพม่าเท่านั้น แต่ยังมีการได้สัมปทานป่าไม้ในพื้นที่ภาคเหนือของไทยด้วย โดยมีเมืองแพร่เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมป่าไม้ของไทยในสมัยนั้น ทำให้รูปแบบของสถาปัตยกรรมเรือนขนมปังขิงในภาคเหนือหลั่งไหลเข้ามาในเมืองแพร่เป็นเมืองแรก ๆ โดยเป็นเรือนแบบวิกตอเรียนที่ผสมกับรูปแบบงานฉลุไม้ และงานไม้เจาะรูระบายอากาศอย่างล้านนาจนกลายเป็นรูปแบบงานเฉพาะที่เรียกว่าล้านนาโคโลเนียลขึ้นมา งานรุ่นแรก ๆ ก็เช่นคุ้มหลวงนครแพร่ เป็นต้น โดยเรือนขนมปังขิงมักจะเป็นบ้านของผู้ปกครองเมือง หรือบริษัทการค้าของทางฝั่งอังกฤษเป็นหลัก
ความนิยมงานฉลุไม้แบบเรือนขนมปังขิงเริ่มเข้ามายังพื้นที่ภาคกลางมากขึ้นดังที่ปรากฏในวัง, บ้านขุนนางคนสำคัญต่าง ๆ หรือในวัด ซึ่งสามารถพบเห็นได้ง่าย โดยในกรุงเทพฯที่สามารถไปตามดูได้ก็เช่น

ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศ

บ้านเอกะนาค มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

บ้านขนมปังขิง เสาชิงช้า

วังวรวรรณ แพร่งนรา
เป็นต้น
#ที่โปรดepisodeเที่ยวกัน#ประวัติศาสตร์#เรือนขนมปังขิง#สถาปัตยกรรม#BBL#BangkokBank#ธนาคารกรุงเทพ

