“KORKOK” (กอกก) แบรนด์กระเป๋าไทยที่เจิดจรัสจากเสื่อจันทบูร

ใครจะคิดว่า “เสื่อ” ✨ ที่เราคุ้นตากันมาตั้งแต่เด็ก เคยปูนั่งเล่น ปูรองจาน หรือวางขายหน้าศูนย์ OTOP เฉย ๆ จะกลายเป็น “แฟชั่นไอเทม” ที่คนแห่จองล่วงหน้าเป็นเดือน แถมราคาก็ไม่ใช่เล่น ๆ เพราะหนึ่งใบขายได้เกือบหมื่น 💸

.

เรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากเวทมนตร์ใด ๆ แต่มาจากพลังความตั้งใจของ ‘คุณอิสระ ชูภักดี’ เจ้าของแบรนด์ KORKOK (กอกก) 🌳 ที่มองเห็นคุณค่าในภูมิปัญญาท้องถิ่น และต่อยอดให้เสื่อบ้าน ๆ กลายเป็นสินค้าระดับพรีเมียมได้อย่างงดงาม

.

จุดเริ่มต้นของทั้งหมดมาจาก “แม่ของเพื่อน” ที่บอกว่า “แม่เขาทอลายพิเศษแบบนี้ได้นะ ถ้าวันหนึ่งแม่ไม่อยู่แล้ว ก็อาจไม่มีใครทอได้อีก” ⚜️ คำพูดนี้ฝังอยู่ในใจอิสระ จนวันหนึ่งเขาเห็นแม่ของเพื่อนกลับจากโรงพยาบาล 🏥 ความรู้สึกบางอย่างจึงบอกเขาว่า เราต้องรีบสานต่อก่อนที่จะสายเกินไป

.

ก่อนจะเป็นแบรนด์แฟชั่นสุดเฉี่ยวแบบวันนี้ 👠💋 อิสระไม่ได้เริ่มจากการมีแผนธุรกิจ หรือภาพในหัวว่าจะทำอะไรด้วยซ้ำ สิ่งเดียวที่เขามีคือ ความตั้งใจ ว่าจะทำให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ก็อยู่กับชุมชนได้ และทำให้งานหัตถกรรมพื้นบ้านเติบโตไปได้ไกลกว่าเดิม

.

ปีแรก เขาลงพื้นที่ไปคลุกคลีกับชาวบ้านในจันทบุรี เข้าไปเรียนรู้กระบวนการทอเสื่อแบบถึงแก่น เห็นวัฏจักรการทำงานที่มักจบแค่ทอเสร็จ ปูขาย และรอลูกค้าริมถนน 🛣️ แต่เขาไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เริ่มจากการพัฒนาวัตถุดิบก่อน ลองให้ชาวบ้านจับคู่สีใหม่ ๆ ทอลายใหม่ ๆ พอเขาเริ่มสนุกและเห็นว่าทำแล้วสวย ก็เกิดแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจในงานของตัวเองขึ้นมา 😁

.

เสื่อหนึ่งผืน ขนาด 90×200 ซม. ที่เคยขายได้เพียง 1,000 – 1,500 บาท ถูกแปรรูปให้กลายเป็นกระเป๋าแฟชั่นสุดยูนีค 3 ใบ ซึ่งแต่ละใบขายได้ใบละ 7,500 บาท เท่ากับว่าเสื่อหนึ่งผืนสามารถสร้างรายได้ได้ถึง 2 หมื่นกว่าบาท 💰 แต่ที่มากกว่านั้นคือ การสื่อสารเบื้องหลังทุกใบที่ทำ “เราไม่ได้ขายแค่กระเป๋า แต่เราขายเรื่องราว ขายความร่วมมือ ขายจิตวิญญาณของจันทบุรีที่อยู่ในทุกเส้นสายของเสื่อ ใครซื้อไปก็เหมือนพกเอาชุมชนจันทบุรีติดตัวไปด้วย”

.

ผลิตน้อยแต่คุณภาพล้นใจ ‘งานฝีมือ’ มันต้องใช้ ‘มือ’ จริง ๆ ต้องใช้เวลาเลยผลิตแค่ 4 – 5 ใบต่อรุ่น ใครอยากได้ต้องจองล่วงหน้า 1 เดือน ซึ่งลูกค้าก็ชอบ เพราะเขาสามารถเลือกโทนสีเองได้ด้วย มันเลยกลายเป็นงานเฉพาะบุคคลไปเลย

.

ชื่อแบรนด์ “กอกก” ✨ ไม่ใช่แค่ชื่อเก๋ ๆ แต่มาจากแนวคิดว่า ต้นกกจะไม่ขึ้นเดี่ยว ๆ มันขึ้นเป็น “กอ” เหมือนกับแบรนด์ที่เติบโตจาก “กอของคน” ที่ร่วมแรงร่วมใจ ตั้งแต่คนปลูก คนทอ จนถึงคนตัดเย็บ 🧵🪡

.

ตอนนี้ กอกก มีชาวบ้านร่วมงานอยู่ประมาณ 10 คน จาก 4 หลังคาเรือน แม้จะเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ แต่ก็ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในชุมชน คนที่เคยไม่สนใจ กลับมามองเห็นความเป็นไปได้ในภูมิปัญญาท้องถิ่นของตัวเองมากขึ้น