ย้อนรอย “พระราชพิธีโสกันต์” จากจุกเจ้าฟ้าสู่ตำนานวังหลวง

พูดถึงเด็กไทยโบราณ ใคร ๆ ก็คงนึกถึง “การไว้จุก” ใช่ไหม? 👶🏻

.

แต่รู้หรือไม่ว่า สำหรับเจ้านายแล้ว พิธีโกนจุกนั้นไม่ได้มีแค่การตัดผมธรรมดา ๆ หากแต่เป็นพระราชพิธีสุดยิ่งใหญ่ที่เรียกว่า “โสกันต์” 👑✨ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านจากวัยเด็กสู่การเป็นผู้ใหญ่ในราชสำนัก

.

🔖 โสกันต์ vs. เกศากันต์ ต่างกันยังไง

หากเป็นพระราชโอรส-พระราชธิดา ที่ทรงอิสริยยศตั้งแต่เจ้าฟ้าขึ้นไป จะเรียกว่า โสกันต์ แต่ถ้าเป็นพระเจ้าหลานเธอหรือเจ้านายชั้นหม่อมเจ้า จะเรียกว่า เกศากันต์ โดยรายละเอียดพิธีจะแตกต่างกันตามลำดับพระเกียรติ

.

🏰 โสกันต์ในกรุงรัตนโกสินทร์

ราชสำนักรัตนโกสินทร์รับเอาแบบแผนจากอยุธยา โดยมีเจ้าฟ้าพินทวดี ผู้เคยอยู่ในราชสำนักปลายอยุธยาทรงบันทึกธรรมเนียมเอาไว้ เจ้านายพระองค์แรกที่ทรงโสกันต์ตามตำรานี้ คือ “เจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี” พระราชธิดาในรัชกาลที่ 1

.

เดิมทีนิยมจัดพิธีโสกันต์ในเดือน 4 พร้อมกับ พระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์ (ตรุษไทย) ซึ่งเป็นการขจัดสิ่งชั่วร้าย แต่ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 จึงเปลี่ยนมาจัดร่วมกับพระราชพิธีตรียัมปวายแทน

.

⛰️ “เขาไกรลาส” สัญลักษณ์แห่งพิธี

หนึ่งในไฮไลต์ของพระราชพิธีคือการสร้าง “เขาไกรลาสจำลอง” เป็นฉากประกอบพระราชพิธี ตามคติที่ว่าเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า พระราชพิธีโสกันต์ของเจ้านายชั้นเจ้าฟ้า แต่เดิมนั้นเป็นงานใหญ่ที่กินเวลาถึง 7 วัน 📆

.

เริ่มต้นจากการตั้งพิธีที่พระมหาปราสาท 🏰 สร้าง “เขาไกรลาส” ⛰️ จำลองเป็นสถานที่สรงน้ำศักดิ์สิทธิ์ เจ้านายที่ทรงโสกันต์จะเสด็จขึ้นไปรับพรจากพระอิศวร ขณะที่รอบบริเวณเต็มไปด้วยราชวัตร ฉัตรเงินฉัตรทอง และขบวนพนักงานนั่งกลาบาศเรียงราย พร้อมมหรสพบันเทิงมากมาย

.

🌟 ขบวนแห่ตระการตาประกอบด้วย

▪ นางเชิญมยุรฉัตร : เด็กหญิงแต่งชุดละครรำ สวมชฎา ถือพุ่มหางนกยูง

▪ นางเชิญเครื่อง : แต่งกายแบบเดียวกัน แต่ถือเครื่องสูง เช่น บังสูรย์ บังแทรก

▪ นางแต่งตัวสะ : สตรีที่แต่งตัวงดงาม เดินประนมมือตามขบวน

เจ้าฟ้าที่ทรงโสกันต์จะทรงเครื่องขาว ประทับพระราชยานไปฟังสวดมนต์ 3 วัน วันที่ 4 จึงทรงรับการโสกันต์ สรงน้ำ และเสด็จขึ้นเขาไกรลาสเพื่อรับพร จากนั้นทรงเครื่องต้น แห่รอบเขาไกรลาสสามรอบ และเสด็จกลับ

.

ในตอนบ่ายทรงเครื่องแดงเข้าพระราชพิธีสมโภช ขบวนแห่สมโภชดำเนินต่ออีกสองวัน ก่อนปิดท้ายด้วยการแห่พระเกศาไปลอยน้ำ สำหรับเจ้านายชั้นรองลงมา พิธีจะย่อขนาดลง ไม่มีเขาไกรลาส และเปลี่ยนเป็นพระแท่นสรงแทน

.

เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ 5 พระราชพิธีโสกันต์ถูกปรับลดให้เหลือ 4 วัน แต่ยังคงความยิ่งใหญ่ ขบวนแห่ยังคงอยู่ พร้อมมหรสพสมโภช เช่น กุลาตีไม้ ระเบง โมงครุ่ม รำต้นไม้เงินต้นไม้ทอง และอื่น ๆ อาทิ กระตั้วแทงควาย และญวนหกสูงไม้ พระราชพิธีนี้เป็นที่รอคอยของชาววัง เพราะทุกครั้งล้วนเต็มไปด้วยขบวนแห่แหนและมหรสพสนุกสนาน 🎶

.

อย่างไรก็ตาม เมื่อกาลเวลาผ่านไป “เจ้านายในชั้นหลัง ๆ มิได้ไว้พระเมาลีกันอีกแล้ว” พิธีโสกันต์จึงค่อย ๆ เลือนหาย จนสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการในปี 2475 กับพิธีโสกันต์ของ “พระองค์เจ้าอินทุรัตนา” พระธิดาในสมเด็จฯ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์

.

จากนั้น พระราชพิธีอันยิ่งใหญ่นี้ก็กลายเป็นเพียงความทรงจำ เหลือไว้แค่เรื่องเล่าแห่งอดีตที่บ่งบอกถึงความรุ่งโรจน์ของราชประเพณีไทย 🇹🇭