Makkha (อ่านว่า มัก-คา) มีที่มาจากคำว่า มรรคา
ซึ่งหมายถึง “เส้นทาง”
แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ มอคค่า ที่เป็นกาแฟ
หรือ มรรค 8 ในคำสอนทางพุทธศาสนา ![]()
.
สิ่งที่ซ่อนอยู่ในความหมายของชื่อ กลับสะท้อนถึงแนวคิดของสตูดิโอออกแบบที่ต้องการเป็น “ทางเชื่อม” ระหว่างโลกของงานทำมือกับงานอุตสาหกรรม ระหว่างผู้ผลิตกับผู้เสพศิลปะ และระหว่างเรื่องราวของสิ่งไม่มีชีวิตกับผู้ฟังที่มีชีวิต ![]()
.
ศิลปะที่ไม่ใช่แค่ Pure Art หรือ Design แต่เป็นเส้นทางใหม่ของงานคราฟต์
Makkha Design Studio ก่อตั้งโดย นิว-โสภณัฐ สมรัตนกุล และ พี-พริษฐ์ นิรุตติศาสน์
สองนักออกแบบที่เลือกสำรวจพื้นที่ซึ่งไม่มีเส้นแบ่งชัดเจนระหว่างศิลปะและการออกแบบ ผลงานของพวกเขาไม่ได้อยู่เพียงแค่ขั้วของ Pure Art
(ที่มุ่งเน้นความงามโดยไม่สนใจการใช้งาน) หรือ Design (ที่มุ่งเน้นอรรถประโยชน์และการแก้ปัญหา)
แต่เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างทั้งสองแนวคิด ทำให้ผลงานของพวกเขากลายเป็นสิ่งที่สามารถใช้งานได้ แต่ในขณะเดียวกันก็สวยงามจนบางครั้งอาจถูกตั้งโชว์มากกว่าจะใช้งานจริง
.
ในปี 2019 Makkha คว้ารางวัล Innovative Craft Award (ICA)
จาก SACICT (กรมส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ) ด้วยผลงาน ‘จิบ-เว-ลา’ ที่นำวัสดุโลหะมาผสมกับไม้
ถ่ายทอดแนวคิดเรื่อง กาลเวลาและคลื่นน้ำ
ผ่านเส้นสายและพื้นผิวของวัสดุ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของแนวคิดที่ Makkha ให้ความสำคัญการสร้างเรื่องราวผ่านวัตถุ
.
เมื่อลองพิจารณาผลงานของ Makkha จะเห็นได้ว่าทุกชิ้นมีความละเอียดอ่อน ประณีต ราวกับเป็นงานประติมากรรมระดับสูง
บางชิ้นอาจถูกตีความว่าเป็น เครื่องประดับตกแต่ง แต่บางชิ้นก็มีฟังก์ชันแฝงอยู่ เช่น เป็นถาดรองเครื่องประดับ
เป็นภาชนะ
หรือเป็นของใช้ที่อาจมีประโยชน์โดยที่เจ้าของเองก็ไม่เคยนึกถึง
.
การใช้งานของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ความหมายและประโยชน์ของแต่ละชิ้นงานจึงขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้ครอบครอง และบางครั้งเส้นแบ่งระหว่าง “ศิลปะ”
และ “ประโยชน์ใช้สอย” ก็อาจไม่มีอยู่จริง
.
Makkha คือ เส้นทางที่เปิดกว้างสำหรับงานทำมือในรูปแบบใหม่ งานคราฟต์ที่ไม่ใช่เพียงอุตสาหกรรม หรือ ศิลปะบริสุทธิ์ แต่เป็นการเดินทางของความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขอบเขต




