ดนตรีล้านนา
เป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมภาคเหนือของไทย วงกลองล้านนา
มีความหลากหลายและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
.
โดยส่วนใหญ่ใช้ประกอบพิธีกรรม งานบุญ ขบวนแห่ และการแสดงศิลปะการฟ้อนดาบและฟ้อนเชิง
วงดนตรีเหล่านี้ มักประกอบด้วยเครื่องเป่าและเครื่องตี เช่น กลอง ฆ้อง และฉาบ ซึ่งสร้างเสียงที่กึกก้องและทรงพลัง
.
1. วงเต่งถิ้ง ![]()
ใช้ในโอกาสสำคัญ เช่น งานบุญงานวัด ขบวนแห่ งานศพ ฟ้อนผี และการแสดงการต่อสู้ เช่น ฟ้อนดาบและฟ้อนม่านมุ่ยเชียงตา ![]()
วงเต่งถิ้ง เป็นวงดนตรีประเภทปี่พาทย์ที่มีเสียงดังกังวานและทรงพลัง โดยชื่อ “เต่งถิ้ง” มาจากเสียงของกลองใหญ่ที่ตีแล้วมีเสียง “เต่ง-ถิ้ง” ![]()
.
2. วงมองเซิง ![]()
ใช้ประโคมในงานบุญ ขบวนแห่นาค (ไทใหญ่เรียก “ส่างลอง”) ขบวนแห่ครัวทาน และประกอบการฟ้อนพื้นเมือง มองเซิงเป็นวงกลองพื้นบ้านของชาวไทใหญ่ที่นิยมในแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง คำว่า “มอง” หมายถึง ฆ้อง และ “เซิง” หมายถึง ชุด
.
3. วงปูเจ่ ![]()
ใช้ในขบวนแห่และประกอบการฟ้อนเชิงที่เรียกว่า “ก้าลาย” รวมถึงการฟ้อนดาบแบบไทใหญ่ที่เรียกว่า “ก้าแลว” ปูเจ่ เป็นชื่อของกลองชนิดหนึ่งที่นิยมในหมู่ชาวไทใหญ่ บางที่เรียก ปั๊ดเจ่ อุเจ่ หรือ อู่เจ่ และมีชื่อเรียกอีกว่า “กลองก้นยาว”
.
4. วงตึ่งนง ![]()
ชื่อ “ตึ่งนง” มาจากเสียงกลองแอว (“ตึ่ง”) และเสียงฆ้อง (“นง”) ใช้ในงานบุญ ขบวนแห่ครัวทาน และฟ้อนเล็บ ตึ่งนงเป็นวงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องเป่าและเครื่องตีที่สำคัญ
.
5. วงสะบัดชัย ![]()
มีลีลาการตีกลองที่ใช้ชั้นเชิงและการเคลื่อนไหวแบบศิลปะการต่อสู้ โดยใช้อวัยวะ เช่น ศอก เข่า เท้า หมัด เพิ่มสีสันให้กับการแสดง
กลองสะบัดชัยเป็นกลองที่ใช้สื่อสารทางสงครามในอดีต ต่อมาใช้ตีเป็นพุทธบูชาและประกอบพิธีกรรม
.
6. วงถิ้งบ้อม ![]()
ใช้ในงานบุญ งานรื่นเริง และขบวนแห่ วงถิ้งบ้อมเป็นวงกลองที่ให้จังหวะกระชับและเร้าใจ
.
7. วงสิ้งหม้อง ![]()
ใช้ตีในขบวนแห่ครัวทาน ฟ้อนเชิง ฟ้อนดาบ และขบวนแห่ทั่วไป สิ้งหม้องเป็นวงกลองที่มีจังหวะการตีกลมกลืนและเรียบง่าย
.
ดนตรีกลองล้านนา
เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของภาคเหนือไทย แต่ละวงกลองมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันและใช้ในโอกาสที่หลากหลาย เช่น งานบุญ ขบวนแห่ การแสดงศิลปะ และพิธีกรรมสำคัญ










