หากเอ่ยถึง “ลายคราม”
ย่อมต้องนึกถึงงานเครื่องกระเบื้องชั้นสูงของจีน ที่สะท้อนถึงความงดงามของศิลปะและวัฒนธรรม
.
ซึ่งจานลายครามลายเครือเถาดอกไม้ จากสมัยจักรพรรดิหย่งเจิ้น (ค.ศ. 1722-1735) แห่งราชวงศ์ชิง ![]()
นับเป็นหนึ่งในผลงานที่โดดเด่นด้วยความอ่อนช้อยของลวดลายและความประณีตแห่งการผลิต
.
ลายเครือเถาดอกไม้ สัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรือง
ลวดลายเครือเถาพันเกี่ยวเป็นเอกลักษณ์ที่พบได้ในเครื่องกระเบื้องยุคราชวงศ์ชิง โดยเครือเถาเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญงอกงาม
.
ส่วนดอกไม้ที่บานสะพรั่งหมายถึงความงามอันเป็นนิรันดร์
การออกแบบลวดลายบนจานลายครามใบนี้สะท้อนถึงแนวคิด “ความสมบูรณ์พูนสุขและความเป็นมงคล” ซึ่งเป็นหัวใจของศิลปะจีนในยุคราชวงศ์ชิง
.
สีคราม เสน่ห์ที่ไม่เสื่อมคลาย
สีครามที่ใช้ตกแต่งลวดลายบนจานเป็น “โคบอลต์บลู” (Cobalt Blue) ซึ่งนำเข้าจากเปอร์เซียในยุคราชวงศ์หมิงและพัฒนาต่อมาในยุคราชวงศ์ชิง สีนี้มีความเข้มข้น คมชัด และไม่ซีดจางง่าย เทคนิคการลงสีแบบ”ซวงชิงฮว่า” (雙清花) หรือ “ลายครามคู่” ทำให้ลวดลายมีมิติ ดูมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น
.
สมัยจักรพรรดิหย่งเจิ้น ยุคทองแห่งเครื่องกระเบื้องจีน
จักรพรรดิหย่งเจิ้นทรงให้ความสำคัญกับศิลปะและงานฝีมือเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะงานเครื่องกระเบื้องจากเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น (景德镇) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตเครื่องเคลือบของจีน เครื่องกระเบื้องสมัยหย่งเจิ้น โดดเด่นด้วยความประณีต รูปลักษณ์ที่เพรียวบาง น้ำหนักเบา และการลงสีที่แม่นยำ ทำให้ชิ้นงานจากยุคนี้กลายเป็นที่ต้องการของนักสะสมทั่วโลก
.
ของสะสมทรงคุณค่าแห่งราชวงศ์ชิง
จานลายครามลายเครือเถาดอกไม้จากสมัยหย่งเจิ้น ไม่เพียงแต่เป็นภาชนะสำหรับใช้ในพระราชสำนัก แต่ยังถือเป็นงานศิลปะที่สะท้อนถึงความงดงามและความรุ่งเรืองของจีนในยุคโบราณ ปัจจุบัน จานลายครามจากยุคนี้เป็นที่ต้องการสูงในตลาดประมูล และถือเป็นของสะสมล้ำค่าที่เปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์

