สวัสดีวันเด็ก ใครจะคิดว่า ของเล่น 7/11 ไม่ได้มีไว้หลอกเด็กอีกต่อไป แต่เป็นไอเท็มยอดฮิตขวัญใจวัยทำงาน
.
Big One Group เป็นตัวอย่างที่น่าทึ่งของการผสมผสานธุรกิจขนม และของเล่นเข้าด้วยกันอย่างลงตัว จนสร้างรายได้มหาศาลถึง 1,000 ล้านบาทต่อปี
.
จากแนวคิดที่เริ่มต้นจากขนมราคาย่อมเยาว์พร้อมของแถมเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค
.
ย้อนกลับไปในปี 2532 Big One Group เปิดตัวแบรนด์ขนม BIGGA (บิ๊กก้า) ด้วยข้าวโพดอบกรอบรสวานิลลามิลก์และรสช็อกโกแลตในซองลายทางที่ยังคงขายมาจนถึงทุกวันนี้ ความสำเร็จนี้นำไปสู่การเปิดตัวแบรนด์อื่น ๆ เช่น OK และ Biskio ที่ขยายไลน์สินค้าให้ครอบคลุมขนมหลากหลายประเภท ทั้งบิสกิต เวเฟอร์ และลูกอม
.
สิ่งที่ทำให้ Big One Group โดดเด่น คือ การเพิ่มมูลค่าให้สินค้าผ่านของเล่นแถมในซองขนม ตัวอย่างในอดีตที่คนไทยคุ้นเคย เช่น การ์ดดิจิมอนหรือการ์ดแม่มดน้อยโดเรมี แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป ของเล่นเหล่านี้ถูกปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย เช่น กิ๊บติดผมคุโรมิ
กระเป๋ากลิตเตอร์ลาย Care Bears และสินค้าในธีมอนิเมะยอดฮิตอย่างดาบพิฆาตอสูร โดยของเล่นเหล่านี้ออกแบบให้เป็นแบบสุ่ม เพื่อสร้างความตื่นเต้นและกระตุ้นความต้องการสะสม
.
จุดเด่น คือ การจับมือกับ Bandai Namco ตั้งแต่ปี 2543 เพื่อทำตลาดสินค้าไลเซนส์ในไทย เช่น กันดั้ม กันพลา ทามาก็อตจิ และกาชาปอง ซึ่ง Big One Group เป็นเจ้าแรกที่นำกาชาปองมาขายในประเทศไทย และยังพัฒนาช็อปกาชาปองที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
.
ในแง่กลยุทธ์การตลาด Big One Group มีจุดขายสำคัญที่การจำหน่ายผ่าน 7-Eleven และ All Online พร้อมตรา “Only at 7-Eleven” ที่ทำให้สินค้าดูพิเศษและหาได้เฉพาะที่เดียว นอกจากนี้ ความน่ารักของของเล่นยังดึงดูดผู้ใหญ่ที่หวนหาความทรงจำในวัยเด็ก ทำให้สินค้าของ Big One Group กลายเป็นกระแสไวรัลในโลกออนไลน์
.
ความสำเร็จของ Big One Group ตอกย้ำถึงการเข้าใจตลาดและปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย ทั้งการเลือกพาร์ตเนอร์ระดับโลก การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คนทุกวัย และการใช้ช่องทางการขายที่เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ธุรกิจนี้ไม่ได้แค่ขายขนมและของเล่น แต่ยังขายความทรงจำและความสนุกที่เชื่อมโยงทุกช่วงวัยได้อย่างลงตัว
.
การปรับเปลี่ยนคาแรกเตอร์ของเล่นให้ทันสมัยอยู่เสมอ ทำให้จากขนมถุงเล็ก ๆ ที่แถมของเล่น กลายเป็นอาณาจักรธุรกิจพันล้านบาท ที่ไม่เพียงแค่ขายความอร่อย แต่ยังขายความทรงจำ ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ซึ่งสังเกตได้จากตามป้ายห้อยคอพนักงาน หรือสายห้อยน่ารัก ๆ ก็ล้วนแล้วมาจากการสุ่มซื้อขนมของ Big One ซะเป็นส่วนใหญ่ จนกลายเป็นไอเท็มยอดฮิตของพี่สาวชาวออฟิศในปัจจุบัน
.
ความสนุกคงเป็นตอนแกะที่ได้มานั่งลุ้นกันกับกลุ่มเพื่อน ใส่เป็นเดอะแก๊งค์ใส ๆ น่ารักกรุบ ใครเลยจะคิดว่าจากขนมกุ๊กกิ๊กใน 7/11 จะกลายเป็นของโปรดของผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก ๆ เหมือนได้กลับไปวัยเด็กอีกครั้ง

