เดนิช เป็นเมนูขนมอบที่เป็นแป้งชั้นบางๆ หลายชั้น สลับด้วยเนยบางๆ จุดเด่นอยู่ที่ความบางเบา ฉ่ำเนย มีทั้งแบบโรยหน้าด้วยไอซิ่ง หรือสอดไส้แยม ผลไม้ ถั่ว หรือครีม
.
เดนิช หรือ Danish เป็นคำเรียกที่หมายถึงสิ่งที่เกี่ยวกับเดนมาร์ก แต่รู้หรือไม่ว่าต้นกำเนิดของขนมเดนิชนั้นไม่ได้อยู่ที่เดนมาร์ก แถมเกิดจากความผิดพลาดอีกด้วย
.
เล่ากันว่าเดนิชพัฒนามาจากขนมที่ถูกคิดขึ้นมาโดย Claudius Gelee คนอบเบเกอรี่ฝึกหัดชาวฝรั่งเศสที่ดันลืมใส่เนยลงไปในแป้ง ก็เลยพยายามแก้ไขด้วยการพับเนยใส่ลงไปในแป้งเพื่อปกปิดความผิดตัวเอง ในตอนแรกเขาคิดว่าคงจะโดนว่าเละเทะแน่ๆ
.
แต่ปรากฎว่า การพยายามปกปิดความผิดพลาดกลับทำให้เขาได้ขนมที่มีความบางเบา แป้งกรอบ เพื่อนร่วมงานชมว่าขนมที่อบออกมานี้มีความบางเบาที่สุดที่ฝรั่งเศสเคยมีมาเลยทีเดียว
.
Gelee เปิดคาเฟ่ในปารีสในปี 1622 แล้วก็เสิร์ฟขนมดังกล่าวโดยเรียกชื่อแป้งดังกล่าวว่า “a thousand leaves” ขนมที่เขาทำประสบความสำเร็จมาก ภายหลังได้ขยายไปยังเมืองฟลอเรนซ์ อิตาลี พร้อมเอาเทคินคการอบขนมดังกล่าวไปด้วย ซึ่งคนที่นั่นเรียกการอบขนมดังกล่าวนี้ว่า “Folded pastry”
.
ต่อมาขนมอบนี้เผยแพร่เข้าไปยังออสเตรีย กลายเป็นตระกูลขนมอบเวียนนัวเซรี ต้นกำเนิดของสารพัดขนมต่าง ๆ ที่ส่งอิทธิพลไปในหลายพื้นที่ของยุโรป เดนมาร์กเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
.
ในปี 1850 คนอบขนมชาวเดนมาร์กประท้วงหยุดงาน เจ้าของร้านไม่สามารถหาคนอบขนมได้ ก็เลยมีการไปว่าจ้างคนอบขนมจากออสเตรียมาแทน ทีนี้คนอบขนมชาวออสเตรียก็นำสูตรขนมของตัวเองมาทำ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเดนิช สูตรเดนิชแพร่หลายไปอย่างมากและคนก็ชอบมันมากทีเดียว
.
เดนิชถูกพัฒนาสูตรไปทั้งไส้ และรูปทรง เพื่อให้ถูกปากผู้บริโภค และถึงแม้จะปรับสูตรไปอย่างไร คนเดนมาร์กก็ยังคงถือว่าขนมชนิดนี้มาจากออสเตรียเสมอ ในเดนมาร์กจึงเรียกเดนิชว่า “Wienerbrød” ซึ่งแปลว่าขนมปังของเวียนนา
.
ส่วนที่ว่าชื่อเรียกเดนิชมาจากไหน ก็มีคนคาดเดาว่าอาจเป็นเพราะคนอบขนมชาวเดนมาร์กอพยพไปในหลายประเทศ แล้วสูตรเดนิชก็ติดตัวไปด้วย ทำให้ไปๆ มาๆ ก็เลยกลายเป็นว่าคนทั่วโลกเรียกขนมอบนั้นว่าเดนิชนั่นเอง
.
อ้างอิง:
https://www.latimes.com/…/la-xpm-1993-09-19-mn-36976…
https://www.artisanbakingco.com/…/history-of-the-danish…

