Notre-Dame de Fourvière “โบสถ์ช้างหงายท้อง” ชื่อนี้พี่ได้แต่ใดมา?

ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 ก็นับว่าเป็นชื่อที่มีการรื้อฟื้นเอารูปแบบสถาปัตยกรรมเก่า ๆ มาสร้างโบสถ์ยุคใหม่มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรูปแบบของสถาปัตยกรรมช่วงหลังยุคโบราณอย่างกอธิคจะได้รับความนิยมเป็นพิเศษ ผิดกับโรมาเนสก์และไบแซนไทน์ซึ่งพบน้อยกว่า แต่ก็มีให้พบเห็นเหมือนกันดังยกมาให้รู้จักกันในวันนี้เป็นมหาวิหารแห่งหนึ่งในเมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งชาวเมืองเรียกกันอย่างลำลองว่า “โบสถ์ช้างหงายท้อง”

“นอตเทรอดาม เดอ ฟูวีแยร์” (Notre-Dame de Fourvière) หรือ “ช้างหงายท้อง” (l’éléphant renversé) เป็นมหาวิหารที่อาจจะไม่ได้เก่ามาก โดยสร้างขึ้นในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 ในรูปแบบสถาปัตยกรรมฟื้นฟูโรมาเนสก์และนีโอไบแซนไทน์ แทนที่จะเป็นสถาปัตยกรรมฟื้นฟูกอธิคซึ่งได้รับความนิยมเป็นกระแสหลัก ออกแบบโดยสถาปนิกผู้ชำนาญการออกแบบโบสถ์นาม “ปิแอร์ บอซ็อง” (Pierre Bossan)

ตัวอาคารถูกสร้างขึ้นราวปี 1872 แล้วเสร็จในปี 1884 (เฉพาะภายนอก) โดยในส่วนภายในที่เห็นอยู่นี้กว่าจะแล้วเสร็จก็ล่วงเข้าในช่วงปี 1964 โดยรูปลักษณ์ภายนอกจะมีส่วนที่เป็นหอระฆังอยู่มากถึง 4 หอ บริเวณ 4 มุม มีแอปส์ (Apes – มุขโค้งด้านสกัด) ครึ่งวงกลมยื่นออกมา ซึ่งลักษณะภายนอกเหล่านี้ชวนให้หวนนึกถึงรูปลักษณ์ของช้างที่นอนหงายท้องชูสี่ขาชี้ฟ้า มีส่วนของแอปส์เป็นหัวและงวงช้าง และก็ใช่ ทางเข้าก็คือรูก้นช้างนี่เอง และนี่ก็เป็นที่มาของชื่อโบสถ์ช้างหงายท้อง (ดูภาพได้ในคอมเมนต์)

ในบริบททางประวัติศาสตร์ สถานที่ตั้งของมหาวิหารค่อนข้างมีความสำคัญมาอย่างยาวนาน โดยเป็นอดีตลานฟอรุมในสมัยโรมันยุคของจักรพรรดิทราจัน ตลอดจนเขตโฟวีแยร์เป็นเขตที่ตั้งขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่แม่พระซึ่งเชื่อว่าทรงช่วยให้เมืองรอดพ้นจากภัยต่าง ๆ ตั้งแต่กาฬโรคระบาดไปจนถึงอหิวาตกโรคระบาด ตลอดจนสงครามฝรั่งเศสปรัสเซียซึ่งกองทัพปรัสเซียมาหยุดที่นี่และถอยทัพกลับไป ซึ่งมหาวิหารแห่งนี้ก็ได้สร้างขึ้นมาในช่วงหลังสงครามฝรั่งเศสปรัสเซียจบพอดี ตลอดจนเป็นการมองว่าถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้แก่ปารีสและลียงคอมมูนที่ได้ก้าวขึ้นมาหลังการล่มสลายของจักรวรรดิฝรั่งเศสที่ 2 ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นเหมือนกับสัญลักษณ์ประจำเมือง และมีนักท่องเที่ยวเดินทางมากว่า 2 ล้านคนต่อปีเลยทีเดียว

#ที่โปรด#ประวัติศาสตร์#ฝรั่งเศส#ต่างประเทศ