“ถึงโรงเหล้าเตากลั่นควันโขมง”บางยี่ขันกับเรื่องราวของสุราชาตินิยมยี่ห้อแรกของไทย

“ถึงโรงเหล้าเตากลั่นควันโขมง” วรรคสดับจากบทกลอนตอนหนึ่งในนิราศภูเขาทองของสุนทรภู่นับว่าเป็นอีกหนึ่งหลักฐานการมีอยู่ของโรงกลั่นสุราริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่ใคร ๆ ก็รู้จักไปพร้อม ๆ กับวรรคทองของนิราศภูเขาทองว่า “ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน” แต่เจ้าโรงเหล้าที่สุนทรภู่เห็นนี้มันตั้งอยู่ตรงไหนของเจ้าพระยากันนะ?

ในนิราศภูเขาทองกล่าวถึงโรงเหล้าหลังจากที่สุนทรภู่ล่องเรือผ่านวัดประโคนปัก และอยู่ก่อนปากคลองบางจากตรงวัดภคินีนาถ ซึ่งเป็นการตีกรอบให้ว่าโรงเหล่าที่สุนทรภู่พบนั้นตั้งอยู่บริเวณที่เรียกกันว่าย่านบางยี่ขันนั่นเอง

บางยี่ขันเป็นชุมชนเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งในฝั่งธนบุรี โดยมีสถานะเป็นย่านโรงเหล้ามาตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 1 โดยอาศัยแรงงานชาวจีนในการต้มเหล้า อีกทั้งยังเป็นย่านนิวาสสถานของพระยาราชมนตรี (ภู่ ภมรมนตรี) เสนาบดีกรมพระคลังมหาสมบัติ ว่ากล่าวสรรพภาษีอากรบ่อนเบี้ย โรงหวย เตาสุราในสมัยรัชกาลที่ 3 อีกด้วย ซึ่งการที่บางยี่ขันเป็นถิ่นย่านโรงเหล้าที่มีอยู่คู่ประวัติศาสตร์กรุงเทพฯมาอย่างยาวนานนี้เองทำให้ในภายหลังเกิดการตั้งโรงสุราบางยี่ขันขึ้นมาก่อนที่จะถูกโอนย้ายเข้าสู่กรมสรรพสามิตช่วงปี 2457 ตลอดจนทำให้สุราเป็นสินค้าควบคุมที่ผลิตโดยรัฐ และได้เกิดการปรุงสุรา 35 ดีกรีนาม “แม่โขง” ขึ้นมาในปี 2484

ทำไมถึงให้ชื่อ “แม่โขง” ทั้ง ๆ ที่เกิดใน “เจ้าพระยา”? เรื่องนี้ต้องเท้าความไปยังรัฐบาลของจอมพลป.พิบูลสงคราม ซึ่งเกิดเหตุการณ์กรณีพิพาทอินโดจีนขึ้นมา โดยทางรัฐบาลได้เผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อไปว่าอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำโขงนั้นเคยเป็นของไทย ตลอดจนหลวงวิจิตรวาทการเองก็ได้แต่งเพลงเกี่ยวกับแม่น้ำโขงยกใหญ่เพื่อปลุกใจลัทธิชาตินิยมขึ้นมา ซึ่งด้วยนโยบายแม่น้ำโขงนั้นเองทำให้กรมสรรพสามิตตั้งชื่อสุราสูตรนี้ว่าแม่โขง และกลายเป็นสุรามียี่ห้อเรียก ยี่ห้อแรกของไทยไปโดยปริยาย โดยในปัจจุบันนี้โรงสุราบางยี่ขันก็ได้ถูกสัมปทานให้เอกชนมาเช่าซึ่งก็มีหลายบริษัทที่เข้ามาประมูลไป และมีการตั้งโรงสุราบางยี่ขัน 2 ที่ปทุมธานีด้วย

จากเรื่องราวของสุราแม่โขงเราจะเห็นได้ว่าถิ่นย่านบางยี่ขันนี้นับว่าเป็นย่านสำคัญที่อยู่คู่กับประวัติศาสตร์เครื่องดื่มมึนเมามาอย่างยาวนาน แต่ถึงย่างนั้นย่านบางยี่ขันก็ยังคงเป็นย่านที่มีอะไร ๆ ที่น่าสนใจมากกว่าอุตสาหกรรม แต่ยังเป็นถิ่นย่านทางวัฒนธรรมที่รอคอยให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปสัมผัสอีกด้วย

อ้างอิง:
https://lek-prapai.org/home/view.php?id=5034
http://gotomanager.com/content/522/