เชื่อว่าชาวกรุงเทพโซนกลาง ๆ ส่วนใหญ่รู้จักชื่อของท่าเตียนหรือบางคนอาจจะมีประสบการณ์ผูกพันกับชุมชนเก่าแก่ที่ตั้งอยู่เคียงข้างวัดโพธิ์มาอย่างยาวนานแห่งนี้ แต่ในขณะเดียวกันสถานที่แห่งนี้ก็กำลังจะถูกเปลี่ยนแปลงไปในอนาคตอันใกล้ วันนี้เราจึงจะมาขอเล่าเรื่องราวของท่าเตียนให้ได้อ่านกัน
ท่าเตียนในอดีตนับว่าเป็นหนึ่งในชุมชนสำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเป็นถิ่นฐานของชาวจีนและชาวญวนที่เข้ามาตั้งรกรากอยู่ในบริเวณนี้ โดยได้เข้ามาอาศัยอยู่ตั้งแต่เมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีแล้ว
สำหรับที่มาของชื่อท่าเตียนนี้มีอยู่ด้วยกันหลายที่มา โดยหนึ่งในเรื่องที่ผู้คนจดจำกันมากที่สุดก็เห็นจะเป็นเรื่องราวของยักษ์วัดแจ้งปะทะยักษ์วัดโพธิ์กัน แต่สำหรับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์นั้นมีข้อสันนิษฐานอยู่ด้วยกันสองเรื่อง เรื่องที่หนึ่งคือเรื่องของชาวญวนที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่แถบนี้ โดยสภาพของพื้นที่มีลักษณะคล้ายกับเมืองฮาเตียนจึงเรียกว่าฮาเตียนก่อนที่จะเพี้ยนมาเป็นท่าเตียน ในส่วนของเรื่องที่สองนั้นเล่าว่าเกิดจากเหตุการณ์ไฟไหมครั้งใหญ่ที่ทำเอาพื้นที่บริเวณนี้โล่งเลี่ยนเตียนไปหมด จึงเรียกว่าท่าเตียน
ในสมัยรัตนโกสินทร์ ท่าเตียนได้กลายมาเป็นตลาดสำคัญขนาดใหญ่จากการที่ได้มีการยุบตลาดท้ายวังเข้ากับตลาดท่าเตียน โดยเป็นหนึ่งในท่าสำคัญที่สำเภาจากจีนจะมาขนถ่ายสินค้าลงที่นี่ในช่วงต้นกรุง มีการสร้างบ้านเรือนขึ้นมาตลอดจนวังเล็ก ๆ สำหรับพระบรมศานุวงศ์ดังที่ปรากฏเป็นหมู่วังท้ายวัดพระเชตุพนฯ เป็นต้น ตลาดท่าเตียนยังคงเป็นตลาดใหญ่เรื่อยมา โดยในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการสร้างตึกทรงยุโรปสูงสองชั้นขึ้นล้อมตลาดเอาไว้ (คือกลุ่มอาคารอนุรักษ์ท่าเตียนในปัจจุบัน) มีการสร้างตึกแถวและอาคารโกดังขึ้นมามากมาย และมีคนเข้ามาอาศัยอยู่
กระทั่งในยุครัฐบาลจอมพลป. พิบูลสงครามได้มีการลดความแออัดของตลาดท่าเตียนโดยการถ่ายออกไปยังปากคลองตลาดแทน ทำให้ตลาดท่าเตียนลดบทบาทลงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยความคึกคักของตลาดท่าเตียนนั้นเป็นที่รู้จักกันมากมายดังเช่นที่ปรากฏในวรรณคดีในอดีต และสื่อร่วมสมัย
สำหรับในปัจจุบันนี้ อย่างที่ใครหลาย ๆ คนทราบดีว่าในปัจจุบันนี้ท่าเตียนกำลังจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้ก็ไม่ธรรมดาเสียด้วย เพราะมันเป็นการปรับปรุงท่าเตียนให้เลี่ยนเตียนจริง ๆ โดยตลาดท่าเตียนเดิมนั้นได้ถูกปิดและอยู่ในระหว่างการรื้อถอน เชื่อว่าในอนาคตท่าเตียนก็คงจะเหลือเพียงแค่ในส่วนของตึกสีเหลืองเดิม พร้อม ๆ กับการหายไปของอดีตตลาดเก่าแก่ที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพมหานครไป นับว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องน่าเศร้าของประวัติศาสตร์ที่กำลังจะสูญหายไปในอนาคต และกลายเป็นสถานที่ที่เลี่ยนเตียนไว้รองรับนักท่องเที่ยวแทน



อ้างอิง:

