ถ้าพูดถึงหนึ่งในขนมญี่ปุ่นที่คุ้นหูผู้คนแล้ว นอกจากโดรายากิซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมป๊อปจากญี่ปุ่นแล้ว ชื่อของดังโงะก็คงเป็นอีกชื่อหนึ่งที่อาจจะเป็นที่รู้จักพอ ๆ กัน กับรูปลักษณ์ของก้อนแป้งเม็ดกลม ๆ บ้างก็เสียบไม้ บ้างก็ไม่เสียบ คล้ายกับลูกชิ้นทำให้หน้าตาของดังโงะเป็นที่ติดตาและติดหัวอยู่ไม่น้อย โดยเป็นอีกหนึ่งขนมญี่ปุ่นที่มักจะเจอในหลาย ๆ เทศกาลของคนญี่ปุ่น เหมือนกับสตรีทฟู้ดงานวัดก็ว่าได้
.
กล่าวกันว่าขนมดังโงะเกิดขึ้นมานานนับพันปีตั้งแต่สมัยโจมงซึ่งเป็นยุคเมื่อราว ๆ หนึ่งหมื่นถึงสามร้อยปีก่อนคริสตกาลเลยทีเดียว อย่างไรก็ดีบันทึกที่มีการพูดถึงดังโงะจริง ๆ เกิดขึ้นในสมัยเฮอันเมื่อราว ๆ หนึ่งพันปีที่ผ่านมาซึ่งปรากฏในกวีนิพนธ์ของเซ โชนางง (清少納言) กวีหญิงชื่อดังเจ้าของผลงานมากูระโนะโซซิที่บันทึกเหตุการณ์ในราชสำนักสมัยเฮอันเอาไว้
.
แต่เดิมในสมัยโจมง ดังโงะ เป็นขนมที่เอาก้อนแป้งต้มที่ทำมาจากแป้งกับข้าวสุกมาผสมกัน เอาไปคลุกกับถั่ว ก่อนที่จะมาเริ่มนิยมเอาก้อนแป้งมาเสียบไม้ในสมัยมูโรมาจิ ราวศตวรรษที่ 14-16 ซึ่งได้กลายมาเป็นภาพจำของขนมดังโงะที่เห็นตามสื่อต่าง ๆ จนถึงปัจจุบัน โดยเป็นขนมที่มีหลากหลายสี หลากหลายท็อปปิ้ง ให้ได้เลือกสรรกัน
.
ด้วยความที่ขนมดังโงะเสียบไม้นี้กลายมาเป็นอีกหนึ่งภาพจำของญี่ปุ่น ทำให้มันกลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นเหมือนกันกับขนมและอาหารหลาย ๆ อย่าง โดยในส่วนของดังโงะนี้เป็นเหมือนกับตัวแทนของงานเทศกาลในญี่ปุ่นเนื่องจากเป็นขนมที่พบเห็นได้หลากหลายเทศกาล และแต่ละเทศกาลก็จะมีดังโงะที่แตกต่างกันไป เช่น มิตาราชิดังโงะ (ดังโงะซอสหวาน) จะคู่กับงานอาโออิมัตสึริ, ฮานามิดังโงะ (ดังโงะสามสี) พบในงานฮานามิมัตสึริ, และสึคิมิดังโงะ (ดังโงะสีขาว 12 หรือ 15 ลูก) พบในงานสึคิมิมัตสึริ โดยดังโงะในแต่ละเทศกาลนี้ก็มีความเชื่อและความหมายที่แตกต่างกันไป
.
สำหรับในปัจจุบันนี้ ขนมดังโงะไม่ได้เป็นขนมที่หากินได้ยากแต่อย่างใด เพียงแค่ว่ามันเป็นขนมต้มที่ต้องทำสด ๆ ใหม่ ๆ ถึงจะดี แต่ถึงอย่างนั้นขนมดังโงะก็สามารถยืดอายุออกไปให้นานขึ้นได้ผ่านการแช่เย็น โดยดังโงะไม่ได้เป็นเพียงแค่ขนมประจำเทศกาลเท่านั้น หากแต่ยังเป็นขนมที่กินได้ทุกที่ทุกเวลา พกพาสะดวกและกินเพลินอีกด้วย (โดยเฉพาะแบบซอสหวานกับแบบที่โปะถั่วแดง อร่อยสุด ๆ เลยล่ะ)
.
อ้างอิง:
https://zenpop.jp/en/blog/post/5349/the-history-of-dango

