“ตะลุ่ม” เป็นภาชนะที่มีลักษณะคล้ายพาน แต่มีความโดดเด่นที่ปากภาชนะงุ้มเข้าเล็กน้อย ใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาและชีวิตประจำวันในอดีต โดยเฉพาะในกลุ่มชนชั้นสูง ![]()
.
ตะลุ่มมีสองแบบหลักคือ “ตะลุ่มแบบกลม” และ “ตะลุ่มแบบเหลี่ยม” ซึ่งแบบเหลี่ยมยังคงนิยมใช้กันจนถึงปัจจุบัน โดยมักใช้แทนพานหรือถาดในการใส่ของถวายพระ ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ ธูป เทียน หมาก พลู ยารักษาโรค รวมถึงอาหารคาวหวานที่ต้องการนำไปถวายในพิธีกรรมต่าง ๆ ในหมู่ชนชั้นสูงและเชื้อพระวงศ์ ![]()
.
การทำตะลุ่มจะใช้วัสดุมีค่ามากขึ้น เช่น เงิน ทอง หรืออาจมีการประดับมุก
งานฝีมือประดับมุกนี้มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ในกระบวนการประดับมุกของไทยแบบดั้งเดิม ช่างจะใช้วิธี “สมุกติด” โดยผสมผงถ่านใบตองกับปูนแดงเพื่อทำเป็นกาวติดมุก ความเชื่อของคนไทยเกี่ยวกับมุกนั้นคือการเป็นตัวแทนแห่งความบริสุทธิ์และความผุดผ่อง ทำให้มุกกลายเป็นวัสดุที่นิยมใช้ในการประดับภาชนะที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมทางศาสนา โดยเฉพาะในกลุ่มชนชั้นสูง
.
การใช้สอยของตะลุ่มในอดีต ถูกจำกัดให้เป็นภาชนะสำหรับราชสำนักหรือผู้มีฐานันดรสูงเท่านั้น โดยใช้ในการถวายพระสงฆ์ในวัดต่าง ๆ และหากพบในบ้านเรือนทั่วไปก็จะเป็นบ้านของคหบดีหรือเจ้าขุนมูลนายเท่านั้น ชนชั้นสามัญชนจึงไม่มีโอกาสใช้ตะลุ่มในชีวิตประจำวัน การใช้สอยตะลุ่มในหมู่ชนชั้นสูงมีความหลากหลาย นอกจากใช้ในการถวายสิ่งของพระสงฆ์แล้ว ยังใช้เป็นภาชนะสำหรับวางชุดถ้วยสำรับอาหารในชีวิตประจำวัน ทำให้ตะลุ่มที่มีการประดับมุกหรือทำจากวัสดุมีค่ากลายเป็นภาชนะที่แสดงถึงความมั่งคั่งและอำนาจของผู้เป็นเจ้าของ
.
อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ตะลุ่มเป็นภาชนะที่มีการใช้งานเฉพาะในราชสำนักและในกลุ่มชนชั้นสูง จึงค่อย ๆ เลือนหายไปจากสังคมไทยในชีวิตประจำวันของสามัญชน ในปัจจุบัน ตะลุ่มประดับมุกหาชมได้ยากและพบเฉพาะในพิพิธภัณฑ์หรือในบ้านของผู้สะสมงานศิลปหัตถกรรมชั้นสูง ตะลุ่มจึงถือเป็นหนึ่งในงานฝีมือที่ต้องการความประณีตและความละเอียดอ่อนในการทำ อีกทั้งยังเป็นงานที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและประเพณีของไทยในอดีต

